ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: เงินปอนด์ร่วง เหตุวิตก Brexit, ตลาดจับตารายงานประชุมเฟด

ข่าวหุ้น-การเงิน 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562 07:32 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า อังกฤษอาจจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีการทำข้อตกลง หรือ "no-deal Brexit" ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธนี้ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เช่นดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.2299 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2332 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.0973 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0983 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6732 ดอลลาร์ จากระดับ 0.6770 ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.27 เยน จากระดับ 106.85 เยน แต่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9946 ฟรังก์ จากระดับ 0.9949 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3309 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3323 ดอลลาร์แคนาดา

นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ Brexit โดยโฆษกของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า สหภาพยุโรป (EU) จะต้องทำการประนีประนอมต่ออังกฤษในระดับที่อังกฤษให้การประนีประนอมต่อ EU เพื่อให้มีการบรรลุข้อตกลง Brexit

"เราพร้อมที่จะเจรจากับ EU ในการทำข้อตกลงเพื่อให้เราสามารถเดินหน้าต่อไป เพื่อสร้างความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างอังกฤษและ EU และถ้าเป็นไปได้ EU จะต้องให้การประนีประนอมในระดับเดียวกับของอังกฤษ" โฆษกกล่าว

โฆษกระบุว่า นายบอริสเชื่อว่ายังคงมีโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะทำข้อตกลง แต่ EU จะต้องเข้าใจว่า ประเด็น backstop จะต้องถูกยกเลิกเพื่อให้มีการบรรลุข้อตกลง โดยนโยบาย backstop ถือเป็นประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดในข้อตกลง Brexit ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนให้อังกฤษแยกตัวจาก EU ต่างมีความกังวลว่า การใช้นโยบาย backstop จะเป็นการผูกมัดให้อังกฤษจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของ EU อย่างไม่มีกำหนด

ทั้งนี้ นายจอห์นสันยืนกรานว่า หาก EU ไม่รับข้อเสนอดังกล่าว อังกฤษก็จะไม่เจรจาเพิ่มเติม และจะออกจาก EU ตามกำหนดเดิมในวันที่ 31 ต.ค. โดยไม่มีการทำข้อตกลง

นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำวันที่ 17-18 ก.ย.ของคณะกรรมการเฟดในวันพุธนี้ตามเวลาสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในปีนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ย., สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนส.ค., ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนส.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เฟ้อเดือนก.ย., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ