ปอนด์อ่อนค่าเทียบดอลลาร์,ยูโร นักลงทุนกังวล no-deal Brexit

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday September 11, 2020 22:11 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ปอนด์อ่อนค่าเทียบดอลลาร์และยูโรในวันนี้ โดยถูกกดดันจากความกังวลที่ว่า อังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) โดยไม่มีการทำข้อตกลง (no-deal Brexit)

ณ เวลา 22.02 น.ตามเวลาไทย ปอนด์อ่อนค่า 0.12% สู่ระดับ 1.279 ดอลลาร์ และร่วงลง 0.28% สู่ระดับ 0.925 เทียบยูโร

เมื่อพิจารณาทั้งสัปดาห์นี้ ปอนด์มีแนวโน้มทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.

มอร์แกน สแตนลีย์ออกรายงานระบุว่า มีแนวโน้มมากขึ้นที่อังกฤษจะแยกตัวออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง ซึ่งจะทำให้การค้าระหว่างอังกฤษและ EU อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งจะมีการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าระหว่างกัน

รายงานระบุว่า มีแนวโน้มมากถึง 40% ที่จะเกิดสถานการณ์ดังกล่าว

"ถึงแม้เรายังคงคาดการณ์ว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันในท้ายที่สุด แต่ความเป็นไปได้ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว" รายงานระบุ และเสริมว่า มีแนวโน้มที่การทำข้อตกลงใดๆจะล่าช้าออกไป

นอกจากนี้ มอร์แกน สแตนลีย์ยังคาดการณ์ว่า มีโอกาสมากขึ้นที่จะเกิด no-deal Brexit ซึ่งจะทำให้การค้าระหว่างอังกฤษและ EU อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ WTO หากรัฐบาลอังกฤษมองว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ

มอร์แกน สแตนลีย์ยังคาดว่า ปอนด์จะดิ่งลง 10% สู่ระดับ 1.15 ดอลลาร์ จากปัจจุบันที่ระดับ 1.28 ดอลลาร์ หากเกิด no-deal Brexit และจะทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารของอังกฤษทรุดตัวลง 20% แต่หากทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลง ก็จะทำให้ปอนด์แข็งค่าสู่ระดับ 1.40 ดอลลาร์ และหุ้นกลุ่มธนาคารทะยานขึ้น 20-40%

ทางด้านนายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าผู้แทนการเจรจาการค้าฝ่าย EU กล่าวว่า EU กำลังเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ no-deal Brexit

นายบาร์นิเยร์ได้จัดการเจรจาการค้ากับนายเดวิด ฟรอส ผู้แทนการเจรจาฝ่ายอังกฤษ เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการเจรจาเป็นรอบที่ 8 แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

นายบาร์นิเยร์กล่าวว่า EU ได้แสดงความยืดหยุ่นต่ออังกฤษเกี่ยวกับข้อเรียกร้องด้านการประมง และในด้านอื่นๆ แต่ทางฝ่ายอังกฤษไม่ได้แสดงท่าทีตอบรับแต่อย่างใด

"ทุกคนไม่ควรประเมินต่ำเกินไปเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์ no-deal Brexit" นายบาร์นิเยร์กล่าว

ภายใต้เงื่อนไข Brexit ทั้งอังกฤษและ EU จะต้องบรรลุข้อตกลงการค้าภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลง ก็จะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายต่อการค้าระหว่างอังกฤษและ EU ในช่วงเริ่มต้นปี 2564 และจะซ้ำเติมเศรษฐกิจ ซึ่งในขณะนี้ได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ