อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลง หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น
ณ เวลา 23.38 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.319% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 4.897%
ทั้งนี้ นายพาวเวลกล่าวบรรยายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดวานนี้ โดยระบุว่า สำหรับในระยะใกล้ แนวทางที่เหมาะสมสำหรับเฟดคือการมองข้ามความผันผวนระยะสั้นของตลาดพลังงาน และมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายของเฟด ได้แก่ การรักษาเสถียรภาพด้านราคา และการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ
นายพาวเวลระบุว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันที่ระดับ 3.50-3.75% ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับเฟดในการเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น รวมทั้งสงครามในอิหร่าน และผลกระทบของมาตรการภาษีต่อราคาสินค้า
นอกจากนี้ นายพาวเวลกล่าวว่า ขณะนี้ เฟดยังไม่ได้เผชิญกับการตัดสินใจเร่งด่วนเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในอิหร่าน โดยเฟดมองว่านโยบายของเฟดมีความเหมาะสมสำหรับการจับตาดูสถานการณ์ต่อไป
ถ้อยแถลงของนายพาวเวลถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดการเงิน โดยนักลงทุนไม่ได้คาดการณ์ความเป็นไปได้สูงของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้อีกต่อไป หลังจากที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในช่วงปลายปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น
นายพาวเวลล์กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเขาชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะมีผลต่อเศรษฐกิจแบบล่าช้า ดังนั้นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้อาจไม่ช่วยแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามอิหร่าน
'เมื่อการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดเริ่มส่งผลออกมา กระแสการตื่นตระหนกจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอาจจบลงไปแล้ว และกลายเป็นว่าเฟดจะไปกดดันเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นแนวโน้มคือการมองข้ามผลกระทบจากภาวะตื่นตระหนกจากราคาน้ำมันในลักษณะนี้' เขากล่าว
นายพาวเวลมองว่า การคาดการณ์เกี่ยวกับเงินเฟ้อยังคงมีเสถียรภาพ แม้ว่าราคาพลังงานจะเพิ่มสูงขึ้น และเขายังไม่เห็นสัญญาณของวิกฤตในวงกว้างในตลาดสินเชื่อภาคเอกชน