อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ หลังเผชิญความผันผวนตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ณ เวลา 20.23 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.536% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 5.063%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5.19% ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ก่อนจะปรับตัวลงเมื่อวานนี้
นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมทั้งการทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ของนายเควิน วอร์ช ในวันนี้
สหรัฐและอิหร่านส่งสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความขัดแย้งเกี่ยวกับการครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน และการเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า มีสัญญาณที่ดีในการเจรจากับอิหร่านเพื่อบรรลุข้อตกลงสัตติภาพ แต่เตือนว่าข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ หากอิหร่านใช้มาตรการควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร
'ไม่มีประเทศใดในโลกสนับสนุนระบบการเก็บค่าผ่านทาง มันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ และจะเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ หากเราไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ดีได้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้แสดงจุดยืนไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า เขามีทางเลือกอื่น' นายรูบิโอกล่าว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จะทำพิธีสาบานตนให้แก่นายเควิน วอร์ช เพื่อดำรงตำแหน่งประธานเฟดอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาวในวันนี้ (22 พ.ค.) เวลา 11.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 22.00 น.ตามเวลาไทย
หลังการทำพิธีดังกล่าว นายวอร์ชจะเริ่มต้นทำหน้าที่ประธานเฟด โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และจะเป็นสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 14 ปี
ปธน.ทรัมป์เป็นผู้ที่เสนอชื่อนายวอร์ชให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด โดยเขาคาดหวังว่า เฟดในยุคหลังนายพาวเวลจะกลับมาลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง เหมือนที่เคยทำมาแล้ว 3 ครั้งในปี 2568
อย่างไรก็ดี ตลาดคาดว่า ระดับเงินเฟ้อที่ยังคงพุ่งสูง และตลาดแรงงานที่มีเสถียรภาพ จะทำให้เฟดยังไม่เร่งผ่อนคลายนโยบายการเงิน จนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนว่า เงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด
FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค.
ก่อนหน้านี้ นายวอร์ชเคยเป็นที่รู้จักในฐานะ "สายเหยี่ยว" หรือผู้สนับสนุนนโยบายการเงินที่เข้มงวด แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขาเริ่มมีท่าทีสอดคล้องกับมุมมองของปธน.ทรัมป์ โดยสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกล่าวกับ Fox News ว่า ปธน.ทรัมป์มีเหตุผลที่น่ารับฟัง กรณีแสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินนโยบายของนายพาวเวล
ในบทความที่เขาเขียนใน Wall Street Journal เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา นายวอร์ชได้วิพากษ์วิจารณ์เฟด โดยระบุว่า 'ผลงานของเฟดภายใต้ประธานเจอโรม พาวเวล เต็มไปด้วยการตัดสินใจที่ไม่รอบคอบ' พร้อมเรียกร้องให้เฟดทำการปฏิรูปองค์กร และลดขนาดงบดุล
นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า นายวอร์ชอาจต้องเผชิญช่วงเริ่มต้นการดำรงตำแหน่งประธานเฟดที่ยากลำบาก โดยมีการจับตากันว่าเขาจะสามารถกำหนดนโยบายการเงินที่แตกต่างจากความต้องการของปธน.ทรัมป์ได้หรือไม่ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.
อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า เขาจะปล่อยให้นายวอร์ชมีอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาได้กดดันเฟดอย่างหนักภายใต้การบริหารของนายเจอโรม พาวเวล เพื่อให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย