ข่าวอินโฟเควสท์
23:31 สื่อตปท.เผยผู้บริหารดอยซ์แบงก์ห่วง "Trump Organisation"ผิดนัดชำระหนี้   สื่อต่างประเทศรายงานว่า ผู้บริหารของดอยซ์ แบงก์ เคยแสดงความกังวลเกี่ยวก…
23:02 "เทเรซา เมย์"ยัน Brexit ไม่ใช่สาเหตุการประกาศปิดโรงงานในอังกฤษของฮอนด้า   นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษเผยการประกาศปิดโรงงานของบริษัท ฮอนด้…
22:53 EU เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนก.พ.ปรับตัวขึ้นแตะระดับ -7.4   คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ระ…
22:33 ศาลฝรั่งเศสสั่งปรับแบงก์ยูบีเอส 4.2 พันล้านดอลล์จากคดีภาษีของลูกค้า   ศาลในกรุงปารีสได้สั่งปรับธนาคารยูบีเอสวงเงิน 3.7 พันล้านยูโร หรือ 4.2 พัน…
22:17 "ปูติน"ลั่นรัสเซียพร้อมใช้มาตรการด้านกลาโหมหากสหรัฐใช้ขีปนาวุธ   ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียได้กล่าวต่อสมัชชาแห่งชาติในวันนี้ว่า …

บอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัวต่อเนื่องวันนี้ จ่อแตะระดับ 3%

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 24 เมษายน 2561 20:14:31 น.
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังคงปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 3%ในวันนี้

ณ เวลา 20.09 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 2.992% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.158%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับ 3.00% ก็จะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2557 และถ้าหากทะยานขึ้นเหนือระดับ 3.04% ก็จะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2554

นักลงทุนทั่วโลกต่างมีความวิตกต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่กำลังดีดตัวขึ้นใกล้แตะระดับ 3% ซึ่งระดับดังกล่าวได้เคยส่งผลให้เกิดแรงเทขายอย่างหนักในตลาดหุ้น, พันธบัตร และสินค้าโภคภัณฑ์ในเดือนก.พ.

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินพุ่งขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และตลาดหุ้นทั่วโลก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับอัตราเงินกู้จำนอง และอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้ และเครื่องมือทางการเงินในระบบ

นักลงทุนแห่เทขายพันธบัตร หลังสูญเสียความน่าดึงดูดในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากการคลายความวิตกในคาบสมุทรเกาหลี และสถานการณ์ในซีเรีย ขณะที่นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ จากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ถึงเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอยู่ในช่วงขาลงเป็นเวลานานหลายปี จากการที่เฟด และธนาคารกลางของประเทศต่างๆ พากันใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรในตลาด หลังเกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกในปี 2551 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการใช้นโยบายผ่อนคลายดังกล่าวทำให้นักลงทุนต่างเคยชินกับภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ และพากันเข้าซื้อหุ้นในตลาด ส่งผลให้ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นทั่วโลก เนื่องจากคาดว่าเฟดจะยังคงแทรกแซงตลาดต่อไปด้วยการเข้าซื้อพันธบัตร

อย่างไรก็ดี หลังจากที่เฟดประกาศปรับลดงบดุล และลดวงเงินการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ก็ได้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเริ่มดีดตัวขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะปรับตัวอยู่ในช่วง 3.0-3.5% ในปลายปีนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่พุ่งขึ้น จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินดีดตัวขึ้น จะทำให้ภาคเอกชนมีต้นทุนในการกู้ยืมมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการลดการลงทุน และลดการจ้างงาน ขณะที่ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย และจะทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะซบเซา และถดถอยในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง