ข่าวอินโฟเควสท์
13:02 ผอ. IMF ขานรับความคืบหน้าเจรจาการค้าจีน-สหรัฐ เรียกร้องทั่วโลกสร้างสันติภาพการค้า   นางคริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเท…
13:00 BAY และบ.ย่อย ไตรมาส 3/62 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 6.56 พันลบ.   งวดไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562 สรุปได้ดังนี้ ก่อนสอบทาน/ตรวจสอบ สิ้นส…
12:55 "ปิยบุตร" ระบุพรรคยังไม่มีมติโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ขอรอประชุมสภาฯ เสร็จก่อน เชื่อส.ส.พรรคยึดอุดมการณ์   นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนา…
12:53 (เพิ่มเติม) ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ก.ย.ที่ 92.1 จาก 92.8 ใน ส.ค. ต่ำสุดรอบ 12 เดือน รับผลกระทบศก.โลก   สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย…
12:46 (เพิ่มเติม) นายกฯ พอใจภาพรวมอภิปรายงบปี 63 วันแรก เตรียมพร้อมอารมณ์และข้อมูลชี้แจงสภาฯ วันที่สอง   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว…

บอนด์ยีลด์สหรัฐร่วง นักลงทุนแห่ซื้อพันธบัตร ขณะกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562 20:39:34 น.

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่จีนประกาศเพิ่มการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐ เพื่อตอบโต้สหรัฐที่ได้ดำเนินการดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ณ เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 2.412% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.854%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

กระทรวงการคลังของจีนแถลงในวันนี้ว่า จีนจะเพิ่มการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิมที่ระดับ 10% โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิ.ย.

ทั้งนี้ สินค้าในภาคเกษตรของสหรัฐจะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการขึ้นภาษีในครั้งนี้ หลังจากที่ถูกกระทบก่อนหน้านี้จากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยรายการสินค้าที่จะถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น รวมถึง ถั่ว น้ำตาล ข้าวสาลี ไก่ และไก่งวง

การที่จีนประกาศเพิ่มการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐในวันนี้ ถือเป็นการตอบโต้สหรัฐ ซึ่งได้เพิ่มการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิมที่ระดับ 10% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

หนังสือพิมพ์พีเพิลส์ เดลี่ ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุในบทบรรณาธิการในวันนี้ว่า "จีนจะไม่มีวันยอมสูญเสียการที่ประเทศได้รับความเคารพ และไม่ควรมีผู้ใดคาดหวังว่าจีนจะยอมกินผลไม้พิษที่จะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ"

นอกจากนี้ พีเพิลส์ เดลี่ยังระบุว่า "จีนเปิดกว้างสำหรับการเจรจา แต่จะไม่ยอมอ่อนข้อในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลักการที่สำคัญ"
ทางด้านหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ระบุว่า จีนไม่มีเหตุผลที่จะต้องหวาดกลัวในเรื่องสงครามการค้า

"ความคิดที่ว่า จีนจะไม่สามารถรับผลกระทบจากการทำสงครามการค้า เป็นแนวคิดเพ้อฝัน และเป็นการตัดสินที่ผิดพลาด" โกลบอล ไทมส์ระบุในบทบรรณาธิการ

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงควรถูกตำหนิ กรณีการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนประสบความล้มเหลวในสัปดาห์ที่แล้ว และการที่สหรัฐเพิ่มการจัดเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนจะทำให้บริษัทต่างๆถอนตัวออกจากจีนไปยังเวียดนามและประเทศต่างๆในเอเชีย

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังเตือนจีนมิให้ทำการตอบโต้สหรัฐ เพราะจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

"ผมได้พูดอย่างเปิดเผยต่อท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และเพื่อนของผมในจีนว่า จีนจะได้รับผลกระทบอย่างมาก หากไม่มีการบรรลุข้อตกลง เพราะบริษัทต่างๆจะถอนตัวออกจากจีนไปยังเวียดนาม และประเทศอื่นๆในเอเชีย เนื่องจากจะแพงเกินไปหากซื้อสินค้าที่ทำในจีน คุณเกือบจะได้ข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมแล้ว แต่คุณก็ได้ถอนตัวออกไป"

"จะไม่เหลือใครที่ทำธุรกิจในจีน ซึ่งจะเป็นเรื่องแย่มากสำหรับจีน แต่จะดีมากสำหรับสหรัฐ หลังจากที่จีนได้เอาเปรียบสหรัฐมานานหลายปี และจีนไม่ควรตอบโต้สหรัฐ เพราะจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง" ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะยังคงดำเนินต่อไป แต่ก็ไม่มีการเปิดเผยกำหนดการประชุมอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง