ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของเกาหลีใต้ที่ระดับ 'AA-' แนวโน้มอันดับเครดิต 'มีเสถียรภาพ' อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ได้แสดงความกังวลต่อแนวทางการดำเนินนโยบายการคลังแบบผ่อนคลายของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี อี แจ-มยอง
ฟิทช์ระบุในรายงานที่เผยแพร่ในวันนี้ (30 ม.ค.) ว่า ปัจจัยบวกที่สนับสนุนการคงอันดับความน่าเชื่อถือของเกาหลีใต้คือ สถานะทางการเงินระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง ภาคการส่งออกที่มีความคล่องตัว และผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจมหภาคที่มั่นคง แต่ในขณะเดียวกัน ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น อาจกลายเป็นปัจจัยที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือในระยะกลางถึงระยะยาว
ทั้งนี้ อันดับความน่าที่เชื่อถือดังกล่าวถือเป็นระดับสูงเป็นอันดับ 4 ของสถาบัน โดยหลังจากที่ปรับเพิ่มอันดับจาก A+ ในเดือนก.ย. 2555 ฟิทช์ได้คงอันดับเครดิตเกาหลีใต้ที่ AA- มานับตั้งแต่นั้น
ฟิทช์ระบุว่า รัฐบาลอี แจ-มยองดำเนินนโยบายการคลังแบบผ่อนคลายมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้ ยอดขาดดุลการคลังรวมของเกาหลีใต้จะแตะระดับ 2.0% ของ GDP
"ร่างงบประมาณปี 2026 มีวงเงินเพิ่มขึ้นถึง 8.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเน้นการลงทุนมหาศาลในด้าน AI, การวิจัยและพัฒนา (R&D) และอุตสาหกรรมขั้นสูง" ฟิทช์วิเคราะห์ "แม้รัฐบาลใหม่จะตั้งเป้าควบคุมการขาดดุลการคลังให้อยู่ที่ประมาณ 2% ของ GDP ในระยะกลาง แต่หากพิจารณาจากสมดุลการคลังที่บริหารจัดการจริง (ซึ่งไม่รวมภาคการประกันสังคม) พบว่ายอดขาดดุลอาจพุ่งสูงถึง 4.0% ของ GDP ซึ่งถือเป็นการขยายตัวอย่างมากเมื่อเทียบกับรัฐบาลชุดก่อนที่เคยรักษาระดับไว้ไม่เกิน 3%"
นอกจากการขาดดุลการคลังแล้ว ฟิทช์ยังส่งสัญญาณเตือนเรื่องหนี้สาธารณะ โดยคาดว่าสัดส่วนหนี้รัฐบาลจะเพิ่มขึ้นเป็น 50.6% ของ GDP ภายในปี 2569 และจะค่อย ๆ ขยับสูงขึ้นในระยะกลาง
"หากการลงทุนทางการเงินเหล่านี้ไม่สามารถกระตุ้นให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจตามศักยภาพเพิ่มขึ้นได้ การเพิ่มขึ้นของหนี้อย่างต่อเนื่องอาจกลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้ต้องปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงในที่สุด" รายงานระบุปัจจุบันรัฐบาลเกาหลีใต้ได้ตั้งเป้าหมายที่จะรักษาหนี้สาธารณะให้ไม่เกิน 60% ของ GDP ภายในปี 2572 แต่ฟิทช์ระบุว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดกฎเกณฑ์ทางการคลังอย่างเป็นทางการออกมา
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจ ฟิทช์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้จะเติบโต 1.0% ในปี 2568 และจะฟื้นตัวขึ้นเป็น 2.0% ในปี 2569 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการบริโภคภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐ โดยมีการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์เป็นฐานรากสำคัญของการส่งออกสุทธิ
อย่างไรก็ตาม ฟิทช์เตือนว่า การส่งออกในภาพรวมอาจอ่อนแรงลงบ้าง เนื่องจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวจากประเทศจีน แต่หากความต้องการ AI ทั่วโลกยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่อัตราการเติบโตจะขยับสูงขึ้นได้อีก เนื่องจากสินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์มีสัดส่วนถึง 24% ของยอดการส่งออกทั้งหมดของประเทศ
นอกจากประเด็นทางเศรษฐกิจแล้ว ฟิทช์ยังระบุถึงปัจจัยเสี่ยงเชิงโครงสร้างอื่น ๆ ที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ความตึงเครียดที่ยืดเยื้อกับเกาหลีเหนือ และระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง