ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ สร้างความประหลาดใจต่อตลาดการเงินทั่วโลกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยการประกาศเสนอชื่อนายเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด สืบต่อจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าปธน.ทรัมป์จะแต่งตั้งบุคคลที่เขาไว้ใจได้ในการขับเคลื่อนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะนายเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ และเป็นที่ปรึกษาของปธน.ทรัมป์ แต่ปธน.ทรัมป์กล่าวในภายหลังว่า เขาอาจจะไม่เสนอชื่อนายแฮสเซตต์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟด เนื่องจากเขาต้องการให้นายแฮสเซตต์ยังคงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาวต่อไป
หลังจากนั้น มีการคาดการณ์กันว่านายริก รีเดอร์ ผู้จัดการการลงทุนตราสารหนี้จากบริษัทแบล็คร็อค ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก จะได้รับการเสนอชื่อจากปธน.ทรัมป์ให้ขึ้นมาเป็นว่าที่ประธานเฟด
🔴*หวยออกที่ "เควิน วอร์ช"/"ทรัมป์" รับประกันจะไม่ทำให้ผิดหวัง
ในการโพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ประกาศเสนอชื่อนายเควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด พร้อมกับเปิดเผยประวัติการทำงานและผลงานของนายวอร์ชในช่วงที่ผ่านมา และลงท้ายว่า 'ผมรู้จักเควินมาเป็นเวลานาน และไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเขาจะถูกจารึกว่าเป็นหนึ่งในประธานธนาคารกลางสหรัฐที่ยิ่งใหญ่ หรืออาจจะดีที่สุด เหนือสิ่งอื่นใด เขาเป็นบุคคลที่ "เหมาะสมทุกประการ" และจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน'
ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์เกือบจะเลือกนายวอร์ชให้เข้ารับตำแหน่งประธานเฟดในปี 2560 แต่ได้ตัดสินใจเลือกนายพาวเวลให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวในที่สุด
🔴*นักวิเคราะห์มอง "เควิน วอร์ช" : "เหยี่ยวกลับใจ แต่ยังไม่แปลงร่างเป็นพิราบ"
นักวิเคราะห์มองว่า ปธน.ทรัมป์ได้หันไปพึ่งพาเจ้าหน้าที่ซึ่งมีประสบการณ์สูงในการกำหนดนโยบายการเงิน อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่านายวอร์ชจะยอมอ่อนข้อต่อแรงกดดันจากปธน.ทรัมป์ในการลดอัตราดอกเบี้ยในเชิงรุกหรือไม่
นักวิเคราะห์มองว่า การเสนอชื่อนายวอร์ช อาจหมายถึงนโยบายการเงินที่จะผ่อนคลายมากขึ้น แม้เศรษฐกิจยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง แต่ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ชี้ว่า ประวัติของนายวอร์ชที่เคยสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ อาจจำกัดท่าทีการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเขา
นอกจากนี้ นายวอร์ชยังวิพากษ์วิจารณ์การที่เฟดถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจำนวนมาก โดยมองว่าเป็นสัญญาณของบทบาทที่ใหญ่เกินไปของธนาคารกลางต่อเศรษฐกิจ และเขาระบุว่า การลดขนาดงบดุลจะช่วยให้การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำทำได้ง่ายขึ้น
การเสนอชื่อนายวอร์ชครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่งสำหรับเฟด เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ไม่ชัดเจนทำให้เกิดความเห็นที่แตกต่างกันในด้านนโยบาย โดยเจ้าหน้าที่เฟดบางส่วนสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อปกป้องตลาดแรงงานและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่อีกฝ่ายต้องการคงอัตราดอกเบี้ยเพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอีก
ขณะเดียวกัน เฟดยังเผชิญคำถามเกี่ยวกับ ความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือ โดยเมื่อต้นเดือนม.ค. ศาลฎีกาสหรัฐได้เริ่มการพิจารณาไต่สวนในคดีที่ว่าปธน.ทรัมป์สามารถปลดนางลิซา คุก ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการเฟดได้หรือไม่ นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐยังออกหมายเรียกต่อเฟดและนายพาวเวลในคดีเกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด
นายวอร์ชเคยเป็นที่รู้จักในฐานะ "สายเหยี่ยว" หรือผู้สนับสนุนนโยบายการเงินที่เข้มงวด แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขาเริ่มมีท่าทีสอดคล้องกับมุมมองของปธน.ทรัมป์ โดยสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกล่าวกับ Fox News ว่า ปธน.ทรัมป์มีเหตุผลที่น่ารับฟัง กรณีแสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินนโยบายของนายพาวเวล
ในบทความที่เขาเขียนใน Wall Street Journal เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา นายวอร์ชระบุว่า 'ผลงานของเฟดภายใต้ประธานเจอโรม พาวเวล เต็มไปด้วยการตัดสินใจที่ไม่รอบคอบ' พร้อมเรียกร้องให้เฟดลดขนาดงบดุล
นายซามูเอล ทอมบ์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของ Pantheon Macroeconomics ระบุว่า 'เมื่อเขาเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการเฟดแล้ว ยังไม่แน่ว่านายวอร์ชจะลงคะแนนอย่างไร เป็นไปได้ว่าเขาบอกประธานาธิบดีทรัมป์ว่า เขาสนับสนุนการลดดอกเบี้ยในตอนนี้ มิฉะนั้นคงไม่ได้รับการเสนอชื่อ แต่สัญชาตญาณสายเหยี่ยวของเขาอาจกลับมาอีกครั้งหลังจากได้ตำแหน่งประธานแล้ว'
นายทอมบ์เสริมว่า ประวัติของนายวอร์ชบ่งชี้ว่า เขาอาจให้ความสำคัญกับการป้องกันเงินเฟ้อรุนแรง มากกว่าการเน้นการจ้างงานสูงสุดในภาวะวิกฤต
'หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ใกล้ระดับ 3% อย่างต่อเนื่อง เราคิดว่านายวอร์ชจะกังวลกับภาพลักษณ์ในประวัติศาสตร์ของตนเอง มากกว่าการเอาใจประธานาธิบดี โดยนโยบายที่ผ่อนคลายกว่าปกติภายใต้การบริหารของนายวอร์ช จึงไม่ใช่สิ่งที่รับประกันได้' นายทอมบ์ระบุ
นายคริสโตเฟอร์ ฮอดจ์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Natixis ระบุว่า นายวอร์ชถูกมองว่ามีความน่าเชื่อถือพอสมควรในสายตาของตลาด และไม่น่ามีปัญหาในการได้รับการรับรองจากวุฒิสภาสหรัฐ
นายฮอดจ์ยังระบุว่า นายวอร์ชเป็นนักเศรษฐศาสตร์สาย supply-side optimist ซึ่งเชื่อว่านโยบายลดกฎระเบียบและลดภาษีจะช่วยเพิ่มผลิตภาพของเศรษฐกิจโดยรวม และอาจถูกใช้เป็นเหตุผลในการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี หากการเพิ่มผลิตภาพไม่เกิดขึ้นจริงและเงินเฟ้อยังคงดีดตัวขึ้น นายวอร์ชก็อาจหันกลับไปใช้นโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น
ด้านนายลุค บาร์โธโลมิว รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Aberdeen Investments กล่าวว่า ประสบการณ์ของนายวอร์ชในการทำงานในเฟด ซึ่งเขาสร้างชื่อว่าเป็นผู้รับมือวิกฤตได้อย่างมีความสามารถ และมีความเข้าใจตลาดการเงินอย่างลึกซึ้ง รวมถึงประวัติความคิดที่เป็นอิสระด้านนโยบายการเงิน ทำให้เขาเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อที่น่าเชื่อถือ
นายเจมส์ แองเจิล รองศาสตราจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าวว่า 'นายวอร์ชมีพื้นฐานและประสบการณ์ตามที่เราคาดหวังจากประธานเฟด รวมทั้งประสบการณ์ในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008'
แต่เขากล่าวเสริมว่า 'ความกังวลเดียวของผมเกี่ยวกับผู้ที่ปธน.ทรัมป์แต่งตั้ง คือ เขาอาจให้คำมั่นกับปธน.ทรัมป์ว่าจะยอมลดดอกเบี้ยมากเกินไป เพื่อทำให้ภาพเศรษฐกิจดูดีในช่วงเลือกตั้ง'