อินเดียประกาศมาตรการจูงใจครั้งใหญ่ด้วยการยกเว้นภาษี (Tax Holiday) ยาวนานถึง 20 ปี แก่บริษัทข้ามชาติที่เข้ามาให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลกในอินเดีย หวังเร่งดึงดูดนักลงทุนเข้าสู่ภาคโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
นิรมลา สิธารามัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินเดีย กล่าวระหว่างแถลงงบประมาณประจำปีเมื่อวันอาทิตย์ (1 ก.พ.) ว่า บริษัทต่างชาติที่ดำเนินการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในอินเดียจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีสำหรับการส่งออกบริการจากอินเดียไปยังต่างประเทศไปจนถึงปี 2590 อย่างไรก็ตาม สิทธินี้จะครอบคลุมเฉพาะบริการที่ส่งออกจากอินเดียเท่านั้น ส่วนการขายบริการให้แก่ผู้ใช้งานภายในอินเดียผ่านหน่วยงานในท้องถิ่นยังคงต้องชำระภาษีตามปกติ
ก่อนหน้านี้ อินเดียได้เริ่มใช้มาตรการกระตุ้นหลายด้าน เช่น การกำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์มีสถานะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Status) และการผ่อนปรนกฎระเบียบการใช้ที่ดินในหลายรัฐ ซึ่งความพยายามล่าสุดนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นแรงกล้าของรัฐบาลอินเดียในการผลักดันประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกให้กลายเป็นศูนย์กลางระดับโลกด้านการจัดเก็บข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ท่ามกลางการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลและขีดความสามารถด้านพลังงานของประเทศ
ในปัจจุบัน ความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์พุ่งสูงขึ้นทั่วโลกจากการที่บริษัทต่าง ๆ เร่งพัฒนาระบบคลาวด์คอมพิวติ้งและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้รัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกต่างแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงเม็ดเงินลงทุน
ทั้งนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon.com Inc. และ Microsoft Corp. ได้เพิ่มการลงทุนในอินเดียอย่างต่อเนื่องด้วยงบประมาณรวม 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถานะของอินเดียในฐานะตลาดสำคัญที่กำลังเติบโตสำหรับ AI, บริการคลาวด์ และการค้าปลีกออนไลน์
นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียยังมีแผนจะนำเกณฑ์ "Safe Harbor" ในอัตรากำไร 15% มาใช้สำหรับนิติบุคคลในอินเดียที่ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์แก่บริษัทในเครือที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งข้อกำหนดนี้จะช่วยลดความยุ่งยากของกฎเกณฑ์เรื่องราคาโอน (Transfer-pricing) สำหรับหน่วยงานในประเทศที่สนับสนุนการให้บริการคลาวด์แก่ตลาดนอกอินเดีย