เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันพุธ (29 เม.ย.) ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของเขาในฐานะประธานเฟด ก่อนที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 15 พ.ค.
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติ 8 ต่อ 4 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมครั้งนี้ โดยสมาชิก FOMC จำนวน 8 รายเห็นด้วยกับการคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 4 รายลงมติไม่เห็นด้วยกับเสียงส่วนใหญ่ โดยสตีเฟน มิแรน โหวตให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่อีก 3 ราย ได้แก่ เบธ แฮมแมค, นีล แคชแครี และลอรี โลแกน สนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ย แต่ไม่เห็นด้วยกับการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายในแถลงการณ์ของเฟด ส่งผลให้การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมที่มีเสียงแตกมากที่สุดในรอบ 30 ปี
ในการแถลงข่าวครั้งนี้ พาวเวลกล่าวว่า หลังจากวาระประธานเฟดของเขาสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พ.ค. เขาจะยังคงดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการเฟดต่อไปในฐานะผู้ว่าการธนาคารกลาง (Governor) โดยพาวเวลระบุว่าเหตุผลที่เขาตัดสินใจอยู่ต่อในองค์กรเฟดนั้น เป็นเพราะการดำเนินการทางกฎหมายที่เกิดขึ้นกับเขา
นอกจากนี้ ยังถือเป็นวันสำคัญของผู้ที่จะมาสืบทอดตำแหน่งต่อจากพาวเวล โดยการเสนอชื่อ เควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการการธนาคารแห่งวุฒิสภาเมื่อช่วงเช้าวันพุธ โดยการผ่านความเห็นชอบดังกล่าวจะปูทางให้วอร์ช ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าสู่กระบวนการลงคะแนนรับรองขั้นสุดท้ายในวุฒิสภาซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก
สำหรับประเด็นที่พาวเวลหยิบยกขึ้นมากล่าวในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน มีดังนี้:
* ความเป็นอิสระของเฟดกำลัง "ตกอยู่ในความเสี่ยง"
พาวเวลเตือนว่า ความเป็นอิสระของเฟดกำลัง "ตกอยู่ในความเสี่ยง" ท่ามกลางการจู่โจมทางกฎหมาย
"สถาบันแห่งนี้กำลังถูกโจมตีจากเรื่องเหล่านี้" พาวเวลกล่าว และเสริมว่า "เราต้องพึ่งพากระบวนการศาล แม้จนถึงตอนนี้เราประสบความสำเร็จ แต่เรื่องนี้ยังไม่จบ"
พาวเวลกล่าวว่า ความเป็นอิสระของเฟดมีความสำคัญ ไม่ใช่เพื่อปกป้องพนักงานของเฟด แต่เพื่อให้มั่นใจว่าธนาคารกลางจะตัดสินใจบนพื้นฐานของการวิเคราะห์ ไม่ใช่ผลประโยชน์ทางการเมือง
* ยืนยันจะยังไม่ออกจากเฟด จนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุดลงอย่างชัดเจน
หลังจากประกาศว่าจะยังคงอยู่ในคณะกรรมการเฟด พาวเวลกล่าวว่าการที่ปธน.ทรัมป์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เขานั้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และระบุว่าการโจมตีธนาคารกลางถือเป็นการกระทำที่ "ผิดกฎหมาย"
ทั้งนี้ พาวเวลกล่าวว่า เขาไม่มีแผนที่จะออกจากองค์กรเฟด จนกว่าการสอบสวนเรื่องการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟดจะสิ้นสุดลงอย่างแท้จริงด้วย "ความโปร่งใสและได้ข้อยุติเด็ดขาด"
"มันสำคัญมากต่อเศรษฐกิจของเรา และต่อประชาชนที่เราให้บริการ ที่พวกเขาจะสามารถพึ่งพาธนาคารกลางที่ดำเนินงานในลักษณะนี้ได้ตลอดไป โดยปราศจากอิทธิพลทางการเมือง" พาวเวลกล่าวสำหรับประเด็นทางการเมืองที่เกิดขึ้นกับพาวเวลนั้น จีนีน ปีร์โร อัยการสหรัฐฯ ได้ออกหมายเรียกพาวเวล แต่ศาลได้ยกฟ้องความพยายามดังกล่าว แต่ปีร์โรให้คำมั่นว่าจะยื่นอุทธรณ์ และจะรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่หากมีหลักฐานการกระทำผิดทางอาญา ด้วยเหตุนี้ พาวเวลจึงกล่าวว่า เขา "ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องอยู่ต่อ"
* เชื่อใจ "วอร์ช" จะยืนหยัดต่อแรงกดดันทางการเมืองจากทรัมป์
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เขามั่นใจหรือไม่ว่า เควิน วอร์ช ผู้ที่ได้รับเสนอชื่อเป็นประธานเฟดคนใหม่จะยืนหยัดต่อแรงกดดันทางการเมืองจากปธน.ทรัมป์ได้ พาวเวลตอบว่า เขาเชื่อเช่นนั้น
"เขาได้ให้การอย่างหนักแน่นในเรื่องนี้ระหว่างการไต่สวน และผมจะยึดถือตามคำพูดของเขา" พาวเวลกล่าว* จะไม่เป็นประธานเงาของเฟด
พาวเวลกล่าวว่า แม้เขาวางแผนที่จะอยู่ต่อในฐานะผู้ว่าการเฟดหลังจากพ้นตำแหน่งประธานเฟด แต่เขาจะเก็บตัวเงียบ
"นั่นคือสิ่งที่ผมจะไม่ทำอย่างแน่นอน เรื่องการเป็นประธานเงา" เขากล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าว "ผมจะกลับไปเป็นผู้ว่าการ ผมเคารพบทบาทของประธาน... ผมเห็นใจจริง ๆ ว่า มันยากแค่ไหนที่จะนำกลุ่มคนเหล่านี้ไปสู่ฉันทามติ และผมรู้สึกเสมอว่าไม่อยากไปเพิ่มภาระนั้นโดยไม่จำเป็น"
ทั้งนี้ พาวเวลกล่าวว่า เขาต้องการสนับสนุนประธานคนใหม่ในฐานะผู้ร่วมงานที่สร้างสรรค์ เพื่อช่วยให้คณะกรรมการบรรลุฉันทามติ
* "ไม่มีทางเลือก" นอกจากต้องอยู่ในเฟดต่อไป
พาวเวลกล่าวว่า การที่เขาอยู่ในองค์กรเฟดต่อไปก็เพื่อรับมือกับการดำเนินการทางกฎหมาย และจะจากไปเมื่อเห็นว่า "เหมาะสม"
"สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องอยู่ต่อจนกว่าจะเห็นจุดจบของเรื่องเหล่านี้"การที่พาวเวลยังไม่ออกจากคณะกรรมการ ทำให้ในขณะนี้ปธน.ทรัมป์ยังไม่สามารถครองเสียงข้างมากในคณะผู้ว่าการเฟดได้ โดยคณะผู้ว่าการเฟดประกอบด้วยสมาชิก 7 คน ซึ่งผู้ที่ปธน.ทรัมป์แต่งตั้งได้แก่ คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ และมิเชล โบว์แมน รวมถึงสตีเฟน มิแรน ซึ่งวาระหมดลงแล้วแต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าสมาชิกใหม่จะได้รับการรับรอง
* คาดหวังการส่งต่อตำแหน่งประธานเฟด "ตามมาตรฐาน"
พาวเวลกล่าวว่า เขาได้แสดงความยินดีและมี "การพูดคุยที่ดี" กับเควิน วอร์ช ในงานเลี้ยงอาหารค่ำเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา
"นี่คือกระบวนการและจะเป็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่ปกติและเป็นมาตรฐานมาก" พาวเวลกล่าว พร้อมระบุว่า เขาไม่ได้พบกับวอร์ชอีกเลยนับจากงานเลี้ยงนั้น
* พาวเวลกล่าวแสดงความยินดีกับเควิน วอร์ช ในการแถลงปิดท้ายในฐานะประธานเฟด
ในถ้อยแถลงสุดท้ายในฐานะประธานเฟด พาวเวลได้ส่งความปรารถนาดีไปยังเควิน วอร์ช ในขณะที่กระบวนการเสนอชื่อยังดำเนินต่อไป และแสดงความเชื่อมั่นในหลักการพื้นฐานของเฟด
"นี่คือการแถลงข่าวครั้งสุดท้ายของผมในฐานะประธาน และผมขอปิดท้ายด้วยข้อคิดเล็กน้อย ก่อนอื่น ผมขอแสดงความยินดีกับเควิน วอร์ช ที่ผ่านขั้นตอนจากคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาเมื่อเช้านี้ นี่คือย่างก้าวที่สำคัญ และผมขออวยพรให้เขาโชคดีในกระบวนการที่เหลือ""ธนาคารกลางสหรัฐฯ ดำรงอยู่เพื่อจุดประสงค์พื้นฐานประการเดียว คือการส่งเสริมสภาวะทางเศรษฐกิจที่ครอบครัวและธุรกิจชาวอเมริกันสามารถเจริญรุ่งเรืองได้ มีราคาสินค้าที่มีเสถียรภาพ ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง และระบบการเงินที่พวกเขาพึ่งพาได้ ทุกการตัดสินใจของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอัตราดอกเบี้ย หรือเรื่องการกำกับดูแลและตรวจสอบ หรือประเด็นอื่น ๆ ล้วนทำเพื่อรับใช้จุดประสงค์นั้น" พาวเวลกล่าว