💥*"ทรัมป์" ประกาศหนุน "เควิน วอร์ช" พร้อมชูเป็นหนึ่งในประธานเฟดที่ดีที่สุด

ข่าวต่างประเทศ Saturday May 23, 2026 00:16 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เปิดทำเนียบขาวจัดพิธีสาบานตนให้แก่นายเควิน วอร์ช เพื่อดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างเป็นทางการในวันนี้ (22 พ.ค.) เวลา 11.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 22.00 น.ตามเวลาไทย

ในพิธีดังกล่าว ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า 'ผมเชื่อว่าคุณจะได้รับการจดจำว่าเป็นหนึ่งในประธานเฟดที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่มีใครพร้อมที่จะนำพาธนาคารกลางสหรัฐได้ดีไปกว่าเควิน วอร์ช'

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ประกาศให้การสนับสนุนนายวอร์ชอย่างเต็มที่ พร้อมกับให้ความเป็นอิสระแก่เขาในการดำเนินนโยบายการเงิน

'พูดตามตรง ผมหมายความอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ได้พูดในความหมายอื่นใด ผมต้องการให้เควินมีความเป็นอิสระอย่างเต็มที่ ผมต้องการให้เขาเป็นอิสระ และทำหน้าที่อย่างยอดเยี่ยม อย่ามองมาที่ผม อย่ามองไปที่ใครทั้งนั้น' ปธน.ทรัมป์กล่าว

ขณะเดียวกัน ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เฟดได้หลงทางจากบทบาทของตนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

'เฟดถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปสู่ประเด็นที่ห่างไกลจากภารกิจหลักและอำนาจหน้าที่ของตน โดยหันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอย่างนโยบายสภาพภูมิอากาศและโครงการ DEI ขณะที่เฟดสูญเสียความแข็งแกร่งจากพันธกิจของตัวเอง ส่วนรัฐบาลชุดก่อนได้ทำให้การขาดดุลงบประมาณพุ่งสูงขึ้น และชาวอเมริกันต้องเผชิญกับเงินเฟ้อที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา มันเป็นเงินเฟ้อที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เราเคยพบ' ปธน.ทรัมป์กล่าว และแสดงความหวังว่า นายวอร์ชจะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ

'เรื่องนี้สำคัญมาก และอย่างที่เราได้พูดคุยกัน การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้หมายถึงเงินเฟ้อเสมอไป จริง ๆ แล้วมันอาจตรงกันข้ามก็ได้ แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้แปลว่าเงินเฟ้อ คุณไม่จำเป็นต้องหยุดทั้งโลกเพียงเพราะเศรษฐกิจกำลังไปได้ดี' ปธน.ทรัมป์กล่าว และเสริมว่า นายวอร์ชจะนำการปฏิรูปและความทันสมัยที่จำเป็นมาสู่เฟด รวมทั้งปรับปรุงวิธีการเก็บข้อมูล ลดการพึ่งพาแบบจำลองที่ไม่แม่นยำ และจำกัดแนวปฏิบัติของเฟดในการออก "forward guidance" หรือการส่งสัญญาณบ่งชี้นโยบายล่วงหน้า

ทางด้านนายวอร์ชกล่าวว่า 'ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผมและเจน ภรรยาของผม ที่ได้ทำพิธีนี้ที่ห้องอีสต์รูมร่วมกับท่านประธานาธิบดี ผมไม่อาจขอสถานที่ที่สวยงามกว่านี้ หรือการต้อนรับที่อบอุ่นกว่านี้ได้ และผมรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก'

นายวอร์ชกล่าวว่า เขาจะนำพาเฟดไปสู่การปฏิรูป และพันธกิจของเขาคือการส่งเสริมเสถียรภาพด้านราคาและการจ้างงานเต็มศักยภาพ

เขากล่าวว่า 'เงินเฟ้อสามารถลดลงได้ การเติบโตสามารถแข็งแกร่งขึ้น รายได้ที่แท้จริงหลังหักเงินเฟ้อสามารถสูงขึ้น และสหรัฐสามารถมีความมั่งคั่งมากขึ้น และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ สถานะของอเมริกาในเวทีโลกจะมีความมั่นคงมากขึ้น'

'เป้าหมายของผมคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้มีความสามารถที่สุดสามารถสร้างผลงานที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขา และเผชิญทุกความท้าทายด้วยจิตวิญญาณแห่งเป้าหมายร่วมกัน และการอุทิศเพื่อผลประโยชน์ของชาติ กล่าวสั้น ๆ คือ เพื่อความเป็นเลิศ' นายวอร์ชกล่าว

หลังการทำพิธีสาบานตน นายวอร์ชจะเริ่มต้นทำหน้าที่ประธานเฟด โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และจะเป็นสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 14 ปี

นายวอร์ชเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดระหว่างปี 2549-2554 โดยสร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาชิกคณะกรรมการที่มีอายุน้อยที่สุดด้วยวัยเพียง 35 ปี ขณะได้รับการแต่งตั้งในรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช

ทั้งนี้ นายวอร์ช ซึ่งปัจจุบันอายุ 56 ปี จะเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดต่อจากนายเจอโรม พาวเวล ซึ่งได้สิ้นสุดวาระเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่านายวอร์ชจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ


🔴*จับตาเฟดภายใต้การกุมบังเหียนของ "เควิน วอร์ช"

ปธน.ทรัมป์เป็นผู้ที่เสนอชื่อนายวอร์ชให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด โดยเขาคาดหวังว่า เฟดในยุคหลังนายพาวเวลจะกลับมาลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง เหมือนที่เคยทำมาแล้ว 3 ครั้งในปี 2568

อย่างไรก็ดี ตลาดคาดว่า ระดับเงินเฟ้อที่ยังคงพุ่งสูง และตลาดแรงงานที่มีเสถียรภาพ จะทำให้เฟดยังไม่เร่งผ่อนคลายนโยบายการเงิน จนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนว่า เงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด

FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค.

ก่อนหน้านี้ นายวอร์ชเคยเป็นที่รู้จักในฐานะ "สายเหยี่ยว" หรือผู้สนับสนุนนโยบายการเงินที่เข้มงวด แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขาเริ่มมีท่าทีสอดคล้องกับมุมมองของปธน.ทรัมป์ โดยสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกล่าวกับ Fox News ว่า ปธน.ทรัมป์มีเหตุผลที่น่ารับฟัง กรณีแสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินนโยบายของนายพาวเวล

ในบทความที่เขาเขียนใน Wall Street Journal เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา นายวอร์ชได้วิพากษ์วิจารณ์เฟด โดยระบุว่า 'ผลงานของเฟดภายใต้ประธานเจอโรม พาวเวล เต็มไปด้วยการตัดสินใจที่ไม่รอบคอบ' พร้อมเรียกร้องให้เฟดทำการปฏิรูปองค์กร และลดขนาดงบดุล

นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า นายวอร์ชอาจต้องเผชิญช่วงเริ่มต้นการดำรงตำแหน่งประธานเฟดที่ยากลำบาก โดยมีการจับตากันว่าเขาจะสามารถกำหนดนโยบายการเงินที่แตกต่างจากความต้องการของปธน.ทรัมป์ได้หรือไม่ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.

อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า เขาจะปล่อยให้นายวอร์ชมีอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาได้กดดันเฟดอย่างหนักภายใต้การบริหารของนายเจอโรม พาวเวล เพื่อให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้ ในการให้สัมภาษณ์นิตยสาร Washington Examiner ต่อคำถามที่ว่า นายวอร์ชจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ แม้ว่าตลาดการเงินกำลังมองว่าเฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า 'ผมจะปล่อยให้เขาทำในสิ่งที่เขาต้องการ เขาเป็นคนที่มีความสามารถมาก เขาจะทำได้ดี และจะทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม'


🔴*นักวิเคราะห์หวั่น "ทรัมป์" กดดัน "เควิน วอร์ช" ช่วงใกล้เลือกตั้งกลางเทอม

นายดีเร็ก แทง นักเศรษฐศาสตร์จาก Monetary Policy Analytics กล่าวว่า 'ดูเหมือนว่าทรัมป์จะเข้าใจวิธีการทำงานของ FOMC และทรัมป์อาจไม่ได้สิ่งที่เขาต้องการ อย่างน้อยก็ในช่วงเริ่มต้น'

'ดูเหมือนทำเนียบขาวกำลังเตรียมทางถอยไว้ล่วงหน้า เพราะเราไม่น่าจะได้เห็นการลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน และสิ่งนี้จะช่วยให้นายวอร์ชมีพื้นที่ในการตั้งหลักในช่วงไม่กี่เดือนแรกของการดำรงตำแหน่ง'

อย่างไรก็ดี นายแทงเตือนว่า ความอดทนของทำเนียบขาวที่มีต่อนายวอร์ช อาจหมดลงเมื่อใกล้ถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. โดยความรู้สึกของประชาชนต่อเศรษฐกิจจำเป็นต้องปรับตัวดีขึ้นภายในเดือนก.ย. หากพรรครีพับลิกันต้องการรักษาชัยชนะเหมือนกับการเลือกตั้งในปี 2567


🔴*"เควิน วอร์ช" ขึ้นแท่นประธานเฟดรวยสุด ทรัพย์สินอู้ฟู่กว่า 6 พันล้านบาท

เมื่อเข้ารับตำแหน่ง นายวอร์ชจะกลายเป็นประธานเฟดคนที่ 11 ในยุคปัจจุบัน รวมทั้งเป็นประธานเฟดที่มีทรัพย์สินมากที่สุด เมื่อเทียบกับประธานเฟดในอดีต

ในการยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินของนายวอร์ชต่อสำนักงานจริยธรรมของรัฐบาลสหรัฐก่อนเข้ารับตำแหน่ง พบว่า นายวอร์ชถือครองการลงทุนและทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่าราว 131-209 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4,300-6,800 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าทรัพย์สินที่นายเจอโรม พาวเวล เปิดเผยเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีมูลค่าราว 75 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,400 ล้านบาท

การที่นายวอร์ชมีทรัพย์สินจำนวนมหาศาลดังกล่าว ทำให้เขาจะต้องเทขายหุ้นจำนวนมากในพอร์ตเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบที่เข้มงวดของเฟดในเรื่องของการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน โดยนายวอร์ชต้องขายหุ้นที่เขาถือครองในบริษัท SpaceX, บริษัทด้านคริปโทเคอร์เรนซีและบล็อกเชน, บริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยี รวมทั้งบริษัทด้านการเงินและกองทุนเพื่อการลงทุน

นอกจากนี้ มีรายงานว่า นายวอร์ชต้องทำการขายหุ้นจำนวนหลายแสนหุ้นที่เขาถือครองในบริษัท Coupang ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของเกาหลีใต้ และลาออกจากตำแหน่งกรรมการในบริษัทดังกล่าว

ทั้งนี้ นายวอร์ชต้องลาออกจากตำแหน่งกรรมการและที่ปรึกษาขององค์กรหรือสถาบันเอกชนที่ขัดต่อกฎระเบียบของเฟด โดยก่อนหน้านี้นายวอร์ชมีตำแหน่งใน Hoover Institution และ Stanford Graduate School of Business

ความร่ำรวยของนายวอร์ชจะเพิ่มมากขึ้น หากรวมถึงทรัพย์สินของนางเจน ลอเดอร์ ภรรยาของเขา ซึ่งเป็นทายาทตระกูล "เอสเต ลอเดอร์" (Estee Lauder) เจ้าของอาณาจักรเครื่องสำอางชื่อดัง โดยนางเจน ลอเดอร์ มีมูลค่าทรัพย์สินราว 1.9 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 62,000 ล้านบาท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ