ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 9.45 จุด นักลงทุนผวาเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเดือนก.ย.

ข่าวต่างประเทศ Saturday August 29, 2026 06:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (28 ส.ค.) หลังเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ย้ำจุดยืนในการควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,559.99 จุด ลดลง 9.45 จุด หรือ -0.02%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,711.76 จุด ลดลง 19.23 จุด หรือ -0.25%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,402.42 จุด ลดลง 138.93 จุด หรือ -0.52%

อย่างไรก็ตาม ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 0.53%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.49% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.85%

วอร์ชกล่าวในการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮลเป็นครั้งแรกว่า หากเฟดไม่มีความเชื่อมั่นมากพอว่าเงินเฟ้อกำลังลดลงสู่เป้าหมาย 2% อย่างชัดเจนและรวดเร็วเพียงพอ เฟดก็จะต้องดำเนินการเพิ่มเติม

ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. โดยวอร์ชระบุว่า ข้อมูลเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้บ่งชี้ว่าแนวโน้มเงินเฟ้อกำลังเปลี่ยนแปลง

ขณะนี้นักลงทุนมีมุมมองแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างใกล้เคียงกัน ระหว่างการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกับก่อนที่ข้อมูลเงินเฟ้อในเดือนนี้จะออกมาในลักษณะผสมผสาน

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ตลาดตอบสนองต่อถ้อยแถลงของวอร์ชในระดับจำกัด เนื่องจากวอร์ชยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% จะยังคงอยู่ โดยเป็นการย้ำจุดยืนด้านนโยบายการเงินที่เข้มงวด แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจากเดิม

นักวิเคราะห์ระบุว่า นักลงทุนบางส่วนเคยคาดว่าจุดยืนดังกล่าวอาจผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ถ้อยแถลงล่าสุดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น

นักวิเคราะห์อีกรายระบุว่า แม้ถ้อยแถลงของวอร์ชจะเป็นเรื่องที่น่าพอใจ แต่คำพูดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ โดยวอร์ชจำเป็นต้องผลักดันให้เกิดการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. เว้นแต่ข้อมูลการจ้างงานและเงินเฟ้อในเดือนส.ค.จะออกมาอ่อนแออย่างมาก มิฉะนั้นวอร์ชอาจสูญเสียความน่าเชื่อถือ

ถ้อยแถลงของวอร์ชถือเป็นการปิดท้ายสัปดาห์ที่มีความเคลื่อนไหวอย่างมาก ซึ่งมีทั้งการรายงานผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Nvidia และ Salesforce รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหม่

หุ้นกลุ่มชิปเคลื่อนไหวผสมผสานและอ่อนตัวลงจากการพุ่งขึ้นในวันก่อนหน้า ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Nvidia และสะท้อนว่าการขยายตัวของธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังมีแนวโน้มดำเนินต่อไป

หุ้น Nvidia ซึ่งมีน้ำหนักสูงต่อตลาดร่วง 4.6% ขณะที่หุ้น Marvell Technology ดิ่ง 10.3% จากความกังวลเกี่ยวกับช่วงเวลาที่บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากข้อตกลงชิป AI กับ Google ของ Alphabet แม้ Marvell จะปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ในปี 2570

หุ้นขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Alphabet เพิ่มขึ้น 1.7% ส่งผลให้หุ้นกลุ่มบริการสื่อสารของดัชนี S&P500 เป็นกลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนีมากที่สุด ขณะที่หุ้น Apple เพิ่มขึ้น 1.6%

หุ้น Salesforce ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้น 1.6% และช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์

หุ้น PayPal ร่วง 12.7% หลัง Bloomberg News รายงานว่า กลุ่มบริษัทที่ประกอบด้วย Advent ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนซื้อกิจการ และ Stripe บริษัทประมวลผลการชำระเงิน ตัดสินใจยุติความพยายามเข้าซื้อกิจการ PayPal

หุ้น Gap พุ่งขึ้นเกือบ 13% หลังบริษัทแต่งตั้ง ไมเคิล ฟรานซิส ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรม เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ Old Navy และปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี

หุ้น Ulta Beauty ร่วงลง 4.2% หลังการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของบริษัทค้าปลีกเครื่องสำอางชะลอตัวลงในไตรมาส 2

ด้านผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนฉบับปรับปรุงครั้งสุดท้ายอยู่ที่ 51.7 จุด สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 51 จุด

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ