ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับตา Central Bank Super Week หรือ สัปดาห์ธนาคารกลาง ระหว่างวันที่ 15-19 มิ.ย. 2569 เนื่องจากจะมีการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญหลายแห่งทั่วโลก ทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) รวมถึงธนาคารกลางอื่น ๆ อีกหลายแห่งในยุโรปและเอเชีย ท่ามกลางความกังวลต่อผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นและเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลก แม้ล่าสุด สหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามกันแล้วก็ตาม
ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีกำหนดประชุมในวันที่ 15-16 มิ.ย. โดยตลาดคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า BOJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.75% สู่ระดับ 1% ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2538 หรือในรอบ 31 ปี หลังเงินเฟ้อเร่งตัวต่อเนื่องและเงินเยนอ่อนค่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ จะไม่ได้เข้าร่วมการประชุม แต่จะส่งความเห็นต่อคณะกรรมการเป็นลายลักษณ์อักษร และไม่มีส่วนร่วมในการลงมติตัดสินนโยบายการเงินครั้งนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลาสองสัปดาห์จากภาวะถุงน้ำดีตับติดเชื้อ
ถัดมาในวันที่ 16-17 มิ.ย. คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FOMC จะประชุมเป็นครั้งแรกภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ การประชุมครั้งนี้เป็นที่จับตา เพราะแม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม 3.50% - 3.75% แต่ตลาดรอดูท่าทีและมุมมองของวอร์ช ว่าจะส่งสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลังหรือไม่ โดยนักลงทุนให้ความสำคัญกับถ้อยแถลงหลังการประชุม รวมถึงประมาณการเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีการเปิดเผยในช่วงก่อนหน้านี้ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพ.ค. เร่งตัวขึ้นแตะ 4.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี
ส่วนวันที่ 18 มิ.ย. จะเป็นคิวของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า แบงก์ชาติอังกฤษจะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75% ในการประชุมรอบนี้ แต่ขณะเดียวกันก็มองว่า BoE อาจส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต หากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน โดยตลาดจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานของสหราชอาณาจักรซึ่งจะประกาศก่อนการประชุมเพียงไม่นาน เพื่อประเมินทิศทางนโยบายในระยะต่อไป
นอกจากธนาคารกลางชั้นนำสามแห่งที่กล่าวมาแล้ว ธนาคารกลางสวีเดน (Riksbank) ธนาคารกลางนอร์เวย์ และธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) มีกำหนดประชุมในสัปดาห์นี้เช่นกัน โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 1.75%, 4.25% และ 0% ตามลำดับ
ส่วนในภูมิภาคเอเชีย ยังมีการประชุมของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ธนาคารกลางไต้หวัน (CBC) ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) และธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP)
โดยนักวิเคราะห์คาดว่า แบงก์ชาติออสเตรเลียจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.35% ในการประชุมวันอังคารที่ 16 มิ.ย. หลังจากที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้วสามครั้งในช่วงต้นปีนี้
ด้านธนาคารกลางอินโดนีเซียมีกำหนดประชุมในวันพฤหัสบดีที่ 18 มิ.ย. โดยนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งคาดว่า BI อาจมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เนื่องจากค่าเงินรูเปียห์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน แม้ว่าจะเพิ่งประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายฉุกเฉิน 0.25% สู่ระดับ 5.50% ในการประชุมนัดพิเศษเมื่อวันนี้ 9 มิ.ย. เพื่อพยุงเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงก็ตาม อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งเชื่อว่า BI จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมตามกำหนดการปกติสัปดาห์นี้
ขณะที่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์มีกำหนดประชุมในวันที่ 18 มิ.ย. เช่นเดียวกัน โดยนักวิเคราะห์คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของแบงก์ชาติฟิลิปปินส์จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% หลังจากที่เพิ่งขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.5% ในการประชุมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบสองปี
สำหรับประเทศไทย ผลการประชุมของธนาคารกลางหลักเหล่านี้อาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินบาท กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย และมุมมองต่อนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงครึ่งหลังของปี ทำให้สัปดาห์นี้ถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของตลาดการเงินโลกในเดือนมิถุนายน 2569
ธนาคารกลาง วันที่ประชุม ดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบัน
BOJ (ญี่ปุ่น) 15-16 มิ.ย. 0.75%
RBA (ออสเตรเลีย) 16 มิ.ย. 4.35%
Fed (สหรัฐฯ) 16-17 มิ.ย. 3.50-3.75%
Riksbank (สวีเดน) 17 มิ.ย. 1.75%
Norges Bank (นอร์เวย์) 18 มิ.ย. 4.25%
BoE (อังกฤษ) 18 มิ.ย. 3.75%
SNB (สวิตเซอร์แลนด์) 18 มิ.ย. 0.00%
BI (อินโดนีเซีย) 18 มิ.ย. 6.00%
BSP (ฟิลิปปินส์) 18 มิ.ย. 6.75%