ข่าวอินโฟเควสท์
20:37 ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน ก่อน"ทรัมป์"เยือนญี่ปุ่นพรุ่งนี้   ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน ขณะที่นักลงทุนไม่ต้องการซื้อขายล็อตใหญ่ ก่อนที่ประธานาธิบดีโดน…
20:20 จับตา"ทรัมป์"เยือนญี่ปุ่นพรุ่งนี้ เป็นผู้นำชาติแรกเข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิ   ทางการญี่ปุ่นจะคุมเข้มความปลอดภัยในระหว่างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์…
20:09 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งกว่า 100 จุด บ่งชี้วอลล์สตรีทดีดตัว คาดสงครามการค้าใกล้จบ   ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาด…
19:57 สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนร่วงลง 2.1% ในเดือนเม.ย.   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเ…
19:19 ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex พุ่งกว่า 600 จุด ขานรับนายกฯอินเดียชนะเลือกตั้ง   ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียพุ่งขึ้นกว่า 600 จุดในวันนี้ ขา…

ประธานเฟดดัลลัสเผยเชื่อมั่นมากขึ้นต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐปีนี้

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562 01:21:11 น.

นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส กล่าวว่า เขามีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ แต่เขาก็ยังคงคิดว่าอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันมีความเหมาะสม

"ผมมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเกี่ยวกับการขยายตัวที่แข็งแกร่งในปีนี้ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 2.25-2.50% ถือว่ามีความเหมาะสม และอยู่ในภาวะผ่อนคลายเล็กน้อย" นายแคปแลนกล่าว

ทางด้านนักวิเคราะห์พากันปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของสหรัฐ หลังการเปิดเผยยอดค้าปลีกที่พุ่งขึ้น และการเพิ่มขึ้นของสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ รวมทั้งตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานที่ต่ำสุดรอบเกือบ 50 ปี

ผลการสำรวจของ CNBC/Moody’s Analytics Rapid Update พบว่า นักวิเคราะห์พากันปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของสหรัฐขึ้นอีก 0.3% สู่ระดับ 2.4%

ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวไม่ถึง 2% ในไตรมาสแรก

ส่วนการสำรวจในช่วงต้นปี พบว่า นักวิเคราะห์คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวมากกว่า 1% เพียงเล็กน้อยในไตรมาสแรก โดยได้รับผลกระทบจากภาวะอากาศหนาวเย็น และการปิดหน่วยงานรัฐบาล อันเนื่องจากการขาดแคลนงบประมาณ (ชัตดาวน์)

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขประมาณการเบื้องต้นสำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2562 ในวันที่ 26 เม.ย.

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 1.6% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2560 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.9% ในเดือนดังกล่าว หลังจากที่ร่วงลง 0.2% ในเดือนก.พ.

การเพิ่มขึ้นของยอดค้าปลีกในเดือนมี.ค.ได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของยอดขายรถยนต์ และเสื้อผ้า
เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 3.6% ในเดือนมี.ค.

ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนมี.ค. หลังจากลดลง 0.3% ในเดือนก.พ.

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากพุ่งขึ้น 0.9% ในเดือนม.ค.

สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนม.ค.

ส่วนสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าปลีก โดยไม่รวมหมวดรถยนต์ ซึ่งใช้ในการคำนวณตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนม.ค.

สำหรับสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.พ.

ส่วนยอดขายสินค้าในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนม.ค. และจากยอดขายในเดือนก.พ. เจ้าของธุรกิจจะใช้เวลา 1.39 เดือนในการขายสินค้าจนหมดสต็อก ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนม.ค.

ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ขณะที่การลดลงของสต็อกสินค้าคงคลัง บ่งชี้ถึงความไม่เชื่อมั่นของภาคธุรกิจต่อยอดขายในอนาคต

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 192,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2512 และเป็นการลดลงติดต่อกัน 5 สัปดาห์

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 205,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง