รายงานสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีในวันนี้ (9 ม.ค.) ระบุว่า ยอดการส่งออกของเยอรมนีในเดือนพ.ย. หดตัวลง 2.5% เมื่อเทียบรายเดือน ผิดจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะทรงตัว (0%)
ปัจจัยหลักมาจากยอดส่งออกไปยังสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปที่ลดลงอย่างละ 4.2% เมื่อเทียบรายเดือน โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากการเก็บภาษีนำเข้า 15% เมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ฉุดให้ยอดส่งออกไปยังสหรัฐฯ ร่วงลง 22.9% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. ปีก่อนหน้า
ขณะที่การส่งออกซบเซา ยอดการนำเข้ากลับเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบรายเดือน นำโดยสินค้านำเข้าจากจีนที่ขยายตัวขึ้น 8% การเปลี่ยนแปลงของทิศทางการค้านี้ส่งผลให้เยอรมนีเกินดุลการค้าลดลงเหลือ 1.31 หมื่นล้านยูโร ต่ำกว่าระดับ 2 หมื่นล้านยูโรในเดือนพ.ย. ของปี 2567 อย่างเห็นได้ชัด
ถึงแม้ภาคการค้าจะอยู่ในช่วงขาลง แต่ภาคอุตสาหกรรมเยอรมนีกลับยังยืนหยัดได้อย่างน่าประหลาดใจ โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนพ.ย. ขยายตัวขึ้น 0.8% เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์มองว่าจะติดลบ 0.4% ซึ่งเป็นอานิสงส์ต่อเนื่องจากยอดคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมที่พุ่งสูงถึง 5.6% ตามที่มีรายงานไปเมื่อวานนี้ (8 ม.ค.) หลังมีการสั่งซื้อเป็นปริมาณมากหลายรายการ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า แม้สถานการณ์ช่วงปลายปี 2568 จะกระเตื้องขึ้น แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยืดเยื้อยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ และคาดว่าในระยะกลาง ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มจะกลับไปหดตัวอีกครั้ง มากกว่าจะเป็นการเริ่มต้นฟื้นตัวอย่างยั่งยืน