สำนักงานสถิติแห่งชาติแคนาดารายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนธ.ค. ซึ่งมากกว่าในเดือนพ.ย.ที่เพิ่มขึ้น 2.2% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวขึ้น 2.2%
ปัจจัยที่ทำให้ดัชนี CPI ดีดตัวขึ้นรวดเร็วกว่าคาดในเดือนธ.ค.นั้น มาจากผลพวงของมาตรการยกเว้นภาษีที่รัฐบาลประกาศใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2567 โดยในเวลานั้น รัฐบาลได้ยกเว้นภาษีการขายให้กับสินค้าหลายประเภท ซึ่งรวมถึงอาหารที่ให้บริการในร้านอาหาร ของเล่น และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางชนิด ขณะที่สำนักงานสถิติระบุว่า แม้มาตรการยกเว้นภาษีดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2568 แต่มาตรการนี้ก็ยังคงมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อ และคาดว่าผลกระทบนี้จะยังคงมีต่อตัวเลขเงินเฟ้อของเดือนม.ค.ปีนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี ดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมราคาสินค้าที่มีความผันผวนและเป็นตัวเลขที่ธนาคารกลางแคนาดาจับตาอย่างใกล้ชิด ชะลอตัวลงสู่ระดับ 2.5% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 2.8% ในเดือนพ.ย. ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การชะลอตัวของดัชนี CPI พื้นฐานอาจทำให้ธนาคารกลางแคนาดาเดินหน้าตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมต่อไป
ทั้งนี้ ธนาคารกลางแคนาดามีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. โดยระบุว่าความสามารถของธนาคารกลางในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ได้ถูกจำกัด เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากข้อพิพาททางการค้ากับสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางแคนาดามองว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว
ส่วนตลอดปี 2568 ดัชนี CPI ทั่วไปของแคนาดาปรับตัวขึ้น 2.1% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.4% ในปี 2567