การส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนสุดท้ายของปี 2568 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยเพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ลดลงในระดับเลข 2 หลัก
นักวิเคราะห์จากผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดว่า การส่งออกจะขยายตัวคงที่เท่ากับระดับในเดือนพ.ย.ที่ 6.1%
อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ในเดือนธ.ค. กลับมาหดตัวลงอีกครั้ง โดยร่วงลง 11.1% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 8.8% ในเดือนพ.ย.
ขณะที่การส่งออกไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 5.6% ขณะที่ยอดส่งออกไปฮ่องกงพุ่งสูงขึ้น 31.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนการส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียโดยรวมขยายตัว 10.2%
ยอดนำเข้าในเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากระดับ 1.3% ในเดือนพ.ย. และสูงกว่าที่รอยเตอร์คาดการณ์ไว้ที่ 3.6%
โดยรวมแล้ว ตลอดปี 2568 การส่งออกของญี่ปุ่นขยายตัว 3.1% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้น 6.2% ในปี 2567 เนื่องจากยอดการส่งออกไปยังคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดสองอันดับแรกอย่างจีนแผ่นดินใหญ่และสหรัฐฯ ปรับตัวลง 0.4% และ 4.1% ตามลำดับ
ยอดการส่งออกไปยังฮ่องกงและไต้หวันตลอดทั้งปีพุ่งขึ้น 17.8% และ 15.1% ซึ่งช่วยชดเชยการลดลงในตลาดสหรัฐฯ และจีนได้บางส่วน
ทั้งนี้ ข้อมูลการค้าดังกล่าวได้รับการเปิดเผยออกมาในช่วงที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น ได้ประกาศการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งก่อนกำหนดในวันที่ 8 ก.พ. โดยสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดจะถูกยุบในวันศุกร์นี้ (23 ม.ค.)
นักวิเคราะห์ระบุว่า ชัยชนะของทาคาอิจิจะช่วยให้เธอสามารถผลักดันวาระด้านการคลังผ่านรัฐสภาญี่ปุ่นได้โดยแทบไม่มีแรงต้าน ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการรักษาเงินเยนให้อ่อนค่า เพื่อสนับสนุนระบบเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก