สำนักงานสถิติอินโดนีเซียรายงานในวันนี้ (2 ก.พ.) ว่า อัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. ดีดตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี ที่ 3.55% จากระดับ 2.92% ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าระดับ 3.78% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ข้อมูลจาก LSEG Refinitiv ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อในเดือนม.ค. ขยับขึ้นเหนือกรอบเป้าหมายของธนาคารกลางอินโดนีเซีย (ซึ่งกำหนดไว้ที่ 1.5%-3.5%) เล็กน้อย และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทรงตัวอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารกลางมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2566 ส่งผลให้ธนาคารกลางสามารถดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 1.50% ในช่วงระหว่างเดือนก.ย. 2567 ถึงก.ย. 2568
อาเต็ง ฮาร์โตโน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานสถิติอินโดนีเซีย ชี้แจงว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในเดือนม.ค. เป็นผลมาจากฐานต่ำ (Low Base Effect) ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากในช่วงต้นปี 2568 รัฐบาลได้ออกมาตรการส่วนลดค่าไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
"ผมมั่นใจว่าเงินเฟ้อจะเริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติในเดือนมี.ค. หรือเม.ย. หากไม่มีนโยบายใหม่จากภาครัฐเข้ามาแทรกแซงเพิ่มเติม" อาเต็งกล่าวสำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งไม่รวมราคาสินค้าที่รัฐควบคุมและราคาอาหารที่ผันผวน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.45% ในเดือนม.ค. จากระดับ 2.38% ในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.37%