เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (4 ก.พ.) ระบุว่า กิจกรรมภาคบริการของญี่ปุ่นในเดือนม.ค. ขยายตัวในอัตราเร่งสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งปี ขณะที่ภาพรวมกิจกรรมภาคเอกชนเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 32 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53.7 ในเดือนม.ค. จากระดับ 51.6 ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 และสูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระดับ 53.4
ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
ความสำเร็จจากการจัดแคมเปญการตลาดและการขยายฐานลูกค้าใหม่ ส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อใหม่ในเดือนม.ค. เติบโตสูงสุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่อุปสงค์จากต่างประเทศขยายตัวรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. ปีที่แล้ว
ด้านการจ้างงานในภาคบริการยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนม.ค. แต่ในอัตราที่ชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. โดยผู้ประกอบการระบุว่าการจ้างงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากต้องเร่งขยายขีดความสามารถในการรองรับงานที่ค้างสะสม แม้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนจะเริ่มชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาขายกลับพุ่งสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 เดือน เนื่องจากภาคธุรกิจเริ่มผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภค
สำหรับดัชนี PMI รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นสุดท้าย ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53.1 ในเดือนม.ค. จากระดับ 51.1 ในเดือนธ.ค. สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีการฟื้นตัวที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนมากขึ้น โดยมีภาคบริการเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวและจำนวนลูกค้าจะเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม แอนนาเบล ฟิดเดส รองผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจของเอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ (S&P Global Market Intelligence) ให้ความเห็นว่า ผู้ประกอบการบางส่วนยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลก โครงสร้างสังคมผู้สูงวัย และปัญหาการขาดแคลนแรงงานซึ่งอาจส่งผลกระทบในระยะยาว