เวียดนามเผยเกินดุลการค้าสหรัฐฯ พุ่งเกือบ 30% ในเดือนม.ค. รับส่งออกโต-นำเข้าจีนทุบสถิติ

ข่าวต่างประเทศ Friday February 6, 2026 10:52 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามเปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (6 ก.พ.) ว่า ยอดเกินดุลการค้าของเวียดนามที่มีต่อสหรัฐฯ พุ่งขึ้นในอัตราเลขหลักสิบในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่ขยายตัวแข็งแกร่ง ขณะที่ยอดการนำเข้าสินค้าจากจีนพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์รายเดือน

สำนักงานสถิติฯ ระบุว่า ยอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในเดือนม.ค. อยู่ที่ระดับ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งพุ่งขึ้นเกือบ 30% จากปีก่อนหน้า และลดลงเล็กน้อยจากระดับ 1.23 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค.

สำหรับยอดการส่งออกไปยังสหรัฐฯ มีมูลค่าอยู่ที่ 1.39 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากระดับ 1.05 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดส่งออกในเดือนธ.ค. อยู่ที่ 1.46 หมื่นล้านดอลลาร์

รัฐบาลเวียดนามได้เจรจาหารือกับรัฐบาลวอชิงตันมาเป็นเวลาหลายเดือนเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้า หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเวียดนามในอัตรา 20% เมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมา พร้อมขู่ว่าจะเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้นสำหรับสินค้าที่ผลิตโดยใช้ชิ้นส่วนส่วนใหญ่ที่เวียดนามนำเข้าจากจีน

แม้จะเผชิญกับกำแพงภาษีที่สูงขึ้น แต่ยอดการส่งออกสินค้าของเวียดนามไปยังสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา

ส่วนยอดการนำเข้าสินค้าจากจีนพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์รายเดือนที่ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค. และ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. 2568

ข้อมูลยังระบุด้วยว่า ภาพรวมการส่งออกทั้งหมดของเวียดนามในเดือนม.ค. พุ่งขึ้น 29.7% เมื่อเทียบรายปี แตะที่ระดับ 4.319 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 21.5%

ขณะที่ยอดการนำเข้าโดยรวมพุ่งขึ้น 49.2% เมื่อเทียบรายปี แตะที่ระดับ 4.497 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เวียดนามขาดดุลการค้า 1.78 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 2.53% ในเดือนม.ค.เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 9.3%

ด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ไหลเข้าสู่เวียดนามในเดือนม.ค. อยู่ที่ 1.68 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบรายปี อย่างไรก็ดี ยอดการยื่นขอลงทุน (Investment Pledges) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้กระแสเงินทุนไหลเข้าในอนาคต ร่วงลง 40.6% แตะที่ระดับ 2.58 พันล้านดอลลาร์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ