เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (20 ก.พ.) ระบุว่า เศรษฐกิจภาคเอกชนของฝรั่งเศสแทบไม่มีสัญญาณการเติบโตในเดือนก.พ. โดยระดับกิจกรรมทางธุรกิจแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงต้นปีนี้
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นของฝรั่งเศสจาก HCOB อยู่ที่ระดับ 49.6 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างการขยายตัวกับการหดตัว ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 49.2 และสูงกว่าตัวเลข PMI ขั้นสุดท้ายของเดือนม.ค. ซึ่งอยู่ที่ระดับ 48.4
ด้านดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นต้นปรับตัวลดลงสู่ระดับ 49.9 ในเดือนก.พ. จากระดับ 51.2 ในเดือนม.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 51.0
สำหรับดัชนี PMI รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้น แตะระดับ 49.9 ในเดือนก.พ. ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 49.1 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 49.7
ปริมาณธุรกิจใหม่หดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และเป็นการหดตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. ปีที่แล้ว โดยภาคการส่งออกเป็นปัจจัยกดดันหลักที่ฉุดรั้งยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ทางด้านการจ้างงานก็ชะงักงันหลังจากมีการเติบโตมานานหลายเดือน เนื่องจากมีการปรับลดพนักงานในภาคการผลิต ซึ่งหักล้างกับการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในภาคบริการ
นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า ภาคเอกชนของฝรั่งเศสยังคงเผชิญความยากลำบากในการสร้างโมเมนตัมที่แท้จริง โดยนับตั้งแต่เดือนพ.ย. ปีที่แล้วเป็นต้นมา ดัชนี PMI รวมจาก HCOB เคลื่อนไหววนเวียนอยู่ใกล้ระดับ 50 บ่งชี้ว่ายังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมแต่อย่างใด
พลวัตด้านราคามีความแตกต่างกันไปในแต่ละภาคส่วน โดยบริษัทในภาคบริการมีการเสนอส่วนลด ในขณะที่ราคาสินค้าอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบ 1 ปีครึ่ง ส่วนภาพรวมของราคาขายปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อด้านต้นทุนปัจจัยการผลิตชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน