สถาบันวิจัยตลาด GfK เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (27 ก.พ.) ระบุว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน เนื่องจากการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นและภาวะตึงตัวด้านการเงินของภาคครัวเรือนทำให้ผู้บริโภคมีมุมมองเป็นลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ
GfK ระบุ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ลดลง 3 จุด มาอยู่ที่ระดับ -19 ในเดือนก.พ. เนื่องจากชาวอังกฤษไม่ค่อยเต็มใจที่จะซื้อสินค้าที่มีราคาสูง อันเนื่องมาจากมุมมองที่เป็นลบมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มทางการเงินส่วนบุคคล โดยผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวอังกฤษเริ่มกลับมาระมัดระวังการใช้จ่ายอีกครั้ง ซึ่งการใช้จ่ายของคนกลุ่มนี้มีสัดส่วนประมาณ 60% ของผลผลิตทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ GfK ระบุว่า มีครัวเรือนจำนวนน้อยลงที่คิดว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมในการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ ขณะที่ดัชนีติดตามแนวโน้มทางการเงินส่วนบุคคลของภาคครัวเรือนปรับตัวลงมากที่สุดในรอบเกือบหนึ่งปี ขณะเดียวกันผลสำรวจยังชี้ว่า ผู้บริโภคที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะแย่ลงในปีหน้านั้น มีจำนวนมากกว่าผู้ที่คาดว่าจะดีขึ้นอย่างมาก
ข้อมูลของ GfK แสดงให้เห็นว่า ความกังวลเรื่องการว่างงานกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มสาว เนื่องจากคนทำงานกลุ่มที่มีอายุน้อยที่สุดกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตการจ้างงานในสหราชอาณาจักร โดยข้อมูลเมื่อวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) แสดงให้เห็นว่า คนหนุ่มสาวในช่วงอายุ 16 - 24 ปีที่ไม่มีงานทำและไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา พุ่งสูงถึงเกือบ 1 ล้านคน ณ สิ้นปี 2568
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จับตาภาพรวมของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่กรรมการ BoE ยังคงถกเถียงกันว่าควรจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกหรือไม่และควรจะปรับลดลงเมื่อใด โดยแคทเธอรีน แมนน์ หนึ่งในกรรมการที่สนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงินของ BoE กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า เธอกำลังตรวจสอบดูว่า ความวิตกกังวลเรื่องการตกงานทำให้ภาคครัวเรือนยังคงไม่เต็มใจที่จะใช้จ่ายหรือไม่