เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (2 มี.ค.) ระบุว่า กิจกรรมภาคการผลิตของญี่ปุ่นในเดือนก.พ. ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลให้ผลผลิตภาคโรงงาน ยอดคำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างถ้วนหน้า
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53.0 ในเดือนก.พ. จากระดับ 51.5 ในเดือนม.ค. ซึ่งถือเป็นการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565 และปรับตัวขึ้นจากตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระดับ 52.8
ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
ดัชนีย่อยที่สำคัญทั้งผลผลิตภาคโรงงาน ยอดคำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงาน ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2565 โดยผลสำรวจระบุว่าได้รับปัจจัยหนุนจากสภาวะอุปสงค์ทั่วโลกที่ปรับตัวดีขึ้นและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
ด้านยอดคำสั่งซื้อสินค้าส่งออกใหม่ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2564 โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งขึ้นทั้งในยุโรปและเอเชีย ซึ่งถือว่าแตกต่างอย่างมากจากช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้ที่ภาคการส่งออกอยู่ในภาวะหดตัวติดต่อกันมานานเกือบ 4 ปี
แอนนาเบล ฟิดเดส รองผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจของเอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ (S&P Global Market Intelligence) กล่าวว่า "ภาคธุรกิจมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นสำหรับช่วง 1 ปีข้างหน้า โดยดัชนีความเชื่อมั่นพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567 ผู้ประกอบการคาดหวังว่าสภาวะอุปสงค์ทั่วโลกจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และจะช่วยผลักดันยอดขายในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก เช่น เทคโนโลยีและยานยนต์"
สำหรับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนม.ค. เนื่องจากทั้งต้นทุนปัจจัยการผลิตและราคาขายต่างปรับตัวขึ้นในอัตราที่ชะลอลง