ผลสำรวจจากธนาคารบาร์เคลย์ส (Barclays) ระบุว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร (UK), ยุโรป และเศรษฐกิจโลก ต่างปรับตัวลดลงถ้วนหน้าในเดือนก.พ. ตามการยกระดับความรุนแรงของสงครามในตะวันออกกลาง โดยยอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคขยายตัวเพียง 1.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนม.ค. แม้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโดยรวมจะยังคงซบเซา แต่การใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าที่ไม่จำเป็นกลับพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน
การใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง เนื่องจากภาคครัวเรือนมีมุมมองเชิงลบมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่จุดชนวนความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง
รายงานของบาร์เคลย์สยังสะท้อนความกังวลอย่างหนักของประชาชน โดยราว 4 ใน 5 ของผู้บริโภคที่ตอบแบบสำรวจหวั่นเกรงว่าความขัดแย้งดังกล่าวจะดันให้ราคาน้ำมัน ค่าพลังงาน และอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคเกินครึ่งกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการเดินทาง
นอกจากนี้ นักชอปเกือบครึ่งหนึ่งระบุว่าตนเริ่มปรับตัวรับมือกับผลกระทบจากสงครามแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้พลังงาน การรัดเข็มขัดเพื่อออมเงินเพิ่มขึ้น และชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ออกไปก่อน
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจอีกฉบับจากสมาคมผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแห่งสหราชอาณาจักร (BRC) ซึ่งจัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 1-28 ก.พ. ก็สะท้อนภาพความอ่อนแอในทิศทางเดียวกัน โดยยอดขายของเครือข่ายร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ขยายตัวเพียง 1.1% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนก.พ. ซึ่งชะลอตัวลงอย่างหนักจากระดับ 2.7% ในเดือนม.ค. และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 12 เดือนที่ระดับ 2.3% อย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ ยอดขายสินค้าที่ไม่ใช่อาหารผ่านช่องทางออนไลน์ยังหดตัวลง 1.3% เมื่อเทียบรายปี เทียบกับระดับ 1.9% ในเดือนก.พ. 2568 โดยมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากสภาพอากาศที่มีฝนตกชุกในเดือนที่ผ่านมาซึ่งบั่นทอนการเติบโตของยอดขาย
เฮเลน ดิกคินสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BRC ให้ความเห็นว่า บรรดาผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกต่างตั้งความหวังที่จะเห็นยอดขายกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจพรากโอกาสในการฟื้นตัวดังกล่าวไป