ผลสำรวจจากเวสต์แพค แบงกิง (Westpac Banking) ซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ (10 มี.ค.) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคออสเตรเลียเพิ่มขึ้นในเดือนมี.ค. แม้ข้อมูลรายวันบ่งชี้ว่ากำลังอ่อนแอลงในช่วงเวลาที่มีการสำรวจ เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 1.2% สู่ระดับ 91.6 จุด ซึ่งตัวเลขที่ต่ำกว่าเกณฑ์ 100 จุด สะท้อนว่ากลุ่มคนที่มีมุมมองเชิงลบมีสัดส่วนมากกว่ากลุ่มที่มองในทางบวก
รายงานดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ร้อนระอุขึ้นเรื่อย ๆ ในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่านในช่วงสิ้นเดือนก.พ. และสังหารผู้นำสูงสุดของประเทศ ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการมุ่งเป้าโจมตีอิสราเอล รวมถึงกลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับด้วยขีปนาวุธและโดรน ทำให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อประเทศต่าง ๆ กว่าสิบแห่งที่ถูกดึงเข้าสู่การสู้รบ
นอกจากนี้ สงครามดังกล่าวได้สร้างความกังวลว่าอาจยิ่งซ้ำเติมให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในออสเตรเลียพุ่งสูงขึ้นอีก โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เป็นธนาคารกลางรายใหญ่แห่งแรกที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เพื่อพยายามควบคุมราคาสินค้าที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ RBA มีกำหนดการประชุมในสัปดาห์หน้า ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.85%
ข้อมูลล่าสุดยังคงแสดงให้เห็นว่า ภาพรวมเศรษฐกิจออสเตรเลียมีความแข็งแกร่ง โดยตลาดแรงงานยังคงอยู่ในภาวะตึงตัวและแรงกดดันด้านราคายังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง แม้ว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในเดือนนี้ชี้ว่า การบริโภคภาคครัวเรือนในไตรมาสเดือนธ.ค.ขยายตัวต่ำกว่าคาดก็ตาม