สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษรายงานวันนี้ (27 มี.ค.) ว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.พ. ลดลง 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากที่ขยายตัว 2.0% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นสถิติแข็งแกร่งที่สุดในรอบปีครึ่ง อย่างไรก็ดี ตัวเลขเดือนก.พ. ยังหดตัวน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่าจะลดลง 0.7%
ขณะที่เมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดค้าปลีกขยายตัว 2.5% ในเดือนก.พ. ชะลอลงจากระดับ 4.8% ในเดือนม.ค. เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกมากผิดปกติทำให้ผู้บริโภคบางส่วนงดออกจากบ้าน ส่งผลให้ยอดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง เสื้อผ้า อาหาร และของใช้ในบ้านเมื่อเทียบรายเดือนปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่ายอดค้าปลีกอาจจะซบเซาลงอีกในเดือนมี.ค. เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากผลพวงของสงครามอิหร่านจะบั่นทอนรายได้ที่ใช้จ่ายได้จริงของภาคครัวเรือน
ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรลดลงนับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งเป็นปัจจัยดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นราว 50% โดยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก GfK ซึ่งเป็นดัชนีที่จัดทำมาอย่างยาวนานที่สุดของอังกฤษ บ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคครัวเรือนต้องเผชิญกับภาระค่าสาธารณูปโภคที่พุ่งสูงขึ้น
ด้านรายงานทิศทางธุรกิจล่าสุดจากผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ของอังกฤษต่างออกมาในเชิงระมัดระวัง แม้ว่าห้างสรรพสินค้าจอห์น ลูอิส (John Lewis), แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง เน็กซ์ (Next) และบริษัทคิงฟิชเชอร์ (Kingfisher) เจ้าของธุรกิจศูนย์จำหน่ายวัสดุตกแต่งบ้าน B&Q จะระบุว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่พบผลกระทบจากสงครามอิหร่านต่อยอดขายในประเทศก็ตาม
อย่างไรก็ดี เน็กซ์ได้ส่งสัญญาณเตือนว่า หากผลกระทบจากสงครามยืดเยื้อเกินกว่า 3 เดือน ทางบริษัทจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น