สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานในวันนี้ (31 มี.ค.) ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.4 ในเดือนมี.ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 50.1 และเป็นการปรับตัวขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 1 ปี แม้เผชิญกับราคาพลังงานที่สูงขึ้น ตลอดจนภาวะชะงักงันที่เกิดจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัว
ข้อมูลดังกล่าวส่งสัญญาณว่า ภาคการผลิตของจีนเริ่มฟื้นตัว หลังจากที่หดตัวลงติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือน โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค.อยู่ที่ระดับ 49.3 และดัชนีเดือนก.พ.อยู่ที่ระดับ 49.0 โดยดัชนีที่อยู่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิต
ส่วนดัชนี PMI นอกภาคการผลิตซึ่งครอบคลุมถึงภาคการก่อสร้างและภาคบริการ ปรับตัวขึ้นเหนือความคาดหมายสู่ระดับ 50.1 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 49.5 ในเดือนก.พ.
ข้อมูล PMI ที่มีการเปิดเผยในวันนี้ ถือเป็นข้อมูลเศรษฐกิจชุดแรกของจีนนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
อย่างไรก็ดี จีนยังคงมีความเปราะบางต่อผลกระทบจากปัจจัยภายนอก หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง เนื่องจากสงครามอิหร่านส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น โดยโรงงานหลายแห่งในจีนที่ต้องพึ่งพาน้ำมันดิบต่างก็เผชิญกับความยากลำบากจากต้นทุนที่สูงขึ้นแล้วในขณะนี้