เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (7 เม.ย.) ว่า ภาคบริการของฝรั่งเศสหดตัวลงอีกในเดือนมี.ค. เนื่องจากการใช้จ่ายอ่อนแอลงจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ประกอบกับความระมัดระวังของภาคธุรกิจในช่วงก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อเดือนที่แล้ว
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของฝรั่งเศส ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 48.8 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 49.6 ในเดือนก.พ. อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังขยับขึ้นเล็กน้อยจากดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นเดือนมี.ค. ซึ่งอยู่ที่ระดับ 48.3
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคบริการอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
สำหรับดัชนี PMI รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นสุดท้าย แตะระดับ 48.8 ในเดือนมี.ค. ลดลงจากระดับ 49.9 ในเดือนก.พ. ซึ่งถือเป็นการร่วงลงรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.
นอกจากนี้ เอสแอนด์พี โกลบอล ยังเสริมว่า สงครามระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอลกับฝ่ายอิหร่านกำลังส่งผลกระทบต่อธุรกิจในฝรั่งเศส ทั้งในแง่ของอัตราเงินเฟ้อ และการที่ลูกค้าตัดสินใจชะลอคำสั่งซื้อหรือเลื่อนการลงทุนออกไป
หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากเอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ (S&P Global Market Intelligence) กล่าวว่า ยังคงมีความไม่แน่นอนอีกมากรออยู่เบื้องหน้า ซึ่งเป็นสภาวะที่ภาคธุรกิจของฝรั่งเศสเริ่มคุ้นชินในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมทางการเมืองภายในประเทศ ความไม่แน่นอนส่งผลเสียต่อการเติบโต และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อ (Stagflation) ขึ้นในฝรั่งเศส