เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (7 เม.ย.) ว่า การเติบโตของกิจกรรมทางธุรกิจในภาคบริการของเยอรมนีสูญเสียแรงส่งอย่างกะทันหันในเดือนมี.ค. เนื่องจากอุปสงค์อ่อนแอลง ท่ามกลางผลกระทบที่สืบเนื่องมาจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของเยอรมนีจากเอสแอนด์พี โกลบอล ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 50.9 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 53.5 ในเดือนก.พ. โดยดัชนีล่าสุดนี้นับเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระดับ 51.2
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
นักเศรษฐศาสตร์จากเอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ (S&P Global Market Intelligence) ชี้ว่า ราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ปรับตัวสูงขึ้นและความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยที่กดดันให้ภาคบริการชะลอตัว พร้อมกับเสริมว่า แม้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ผู้ให้บริการกลับไม่สามารถผลักภาระด้วยการขึ้นราคากับลูกค้าได้มากนัก เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดอ่อนแอ
นอกจากนี้ ปริมาณธุรกิจใหม่หดตัวลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าสงครามในตะวันออกกลางกระทบต่ออุปสงค์ในทันที ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดก็ตอกย้ำว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ปัญหาห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก และความไม่แน่นอนที่ปกคลุมไปทั่ว จะเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตในระยะ 1 ปีข้างหน้า
ด้านความเชื่อมั่นทางธุรกิจร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน มาอยู่ที่ 53.4 ในเดือนมี.ค. และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ระดับ 56.7
ขณะเดียวกัน ดัชนี PMI รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นสุดท้ายของเยอรมนี ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 51.9 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 53.2 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน โดยแรงฉุดทั้งหมดมาจากการชะลอตัวของภาคบริการ