ธนาคารโลก (World Bank) เปิดเผยคาดการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี (9 เม.ย.) ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของมาเลเซียมีแนวโน้มชะลอตัวลงสู่ระดับ 4.4% ในปี 2569 โดยมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แรงส่งภาคการส่งออกที่แผ่วลง การลงทุนที่เริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติ และผลกระทบจากฐานที่สูงในปีที่ผ่านมา
ธนาคารโลกระบุในรายงานติดตามเศรษฐกิจมาเลเซียว่า "ความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลก คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและฉุดรั้งจังหวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจ"
สำหรับอุปสงค์ภายในประเทศคาดว่าจะยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยภาคการบริโภคมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง จากอานิสงส์ของค่าจ้างที่แท้จริงที่ปรับตัวสูงขึ้นและสภาวะการจ้างงานที่เอื้ออำนวย
ในส่วนของทิศทางการลงทุนเองก็คาดว่าจะยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากการนำเข้าสินค้าขั้นกลางและสินค้าทุน รวมถึงการลงทุนจากต่างประเทศที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ และศูนย์ข้อมูล
อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับอุปสรรค เนื่องจากผลกระทบจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าเริ่มหมดไป ประกอบกับต้นทุนด้านภาษีที่สูงขึ้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก กลายเป็นปัจจัยที่กดดันความต้องการจากต่างประเทศ
ธนาคารโลกชี้ว่า ความเสี่ยงต่อการเติบโตในระยะสั้นมีทิศทางไปในทางลบ โดยเฉพาะปัจจัยจากต่างประเทศ อาทิ ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง ความไม่แน่นอนของนโยบายที่ยังคงอยู่ การกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น ภาวะการเงินโลกที่ตึงตัว และความเป็นไปได้ที่วงจรขาขึ้นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะเริ่มชะลอตัวลง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เศรษฐกิจมาเลเซียปิดท้ายปี 2568 ได้อย่างสวยงาม โดยขยายตัวในไตรมาส 4 สูงถึง 6.3% ซึ่งเป็นการเติบโตรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 3 ปี จากแรงหนุนของอุปสงค์ในประเทศที่เหนียวแน่น ทั้งการบริโภคและการลงทุนจากภาคเอกชนที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น