สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นรายงานในวันนี้ (15 เม.ย.) ว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานพุ่งขึ้น 13.6% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนมาจากโครงการขนาดใหญ่ในภาคพลังงานนิวเคลียร์
ยอดสั่งซื้อดังกล่าว ซึ่งไม่รวมคำสั่งซื้อเรือและกลุ่มสาธารณูปโภคเนื่องจากมีความผันผวนสูง มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านเยน (ประมาณ 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แซงหน้าสถิติเดิมที่เคยทำไว้เมื่อเดือนม.ค. 2551
สำนักข่าวเกียวโดรายงานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ ว่า การพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้มาจากคำสั่งซื้ออุปกรณ์สำคัญ เช่น เครื่องกังหันสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่หลายแห่ง พร้อมประเมินว่ายอดสั่งซื้อเครื่องจักร ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดการใช้จ่ายลงทุนของภาคธุรกิจนั้น เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ยังเปิดเผยด้วยว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนก.พ.นั้น ยังไม่ได้สะท้อนออกมาในข้อมูลของเดือนนี้
สำหรับรายละเอียดในแต่ละกลุ่ม พบว่ายอดสั่งซื้อจากภาคการผลิตทะยานขึ้นถึง 30.7% แตะระดับ 5.695 แสนล้านเยน ขณะที่ยอดสั่งซื้อจากภาคส่วนนอกการผลิตขยับตัวขึ้น 0.9% อยู่ที่ 5.684 แสนล้านเยน
ทางด้านกลุ่มโลหะนอกกลุ่มเหล็กและภาคบริการอื่น ๆ มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง ขณะที่คำสั่งซื้อในกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์เริ่มกลับมาฟื้นตัวเช่นกัน
อย่างไรก็ดี หากรวมยอดสั่งซื้อจากภาครัฐ ตลอดจนยอดสั่งซื้อเรือและสาธารณูปโภคทั้งหมด พบว่าปรับตัวลดลง 5.0% จากเดือนก่อนหน้า