เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (23 เม.ย.) ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นของสหราชอาณาจักร (UK) ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 52.0 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 50.3 ในเดือนมี.ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ประเมินไว้ที่ระดับ 49.9
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
ผลสำรวจระบุว่า สัดส่วนของบริษัทใน UK ที่รายงานการพุ่งขึ้นของต้นทุนนั้นเพิ่มสูงขึ้นในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงทิศทางอัตราเงินเฟ้อที่จะพุ่งสูงขึ้นในระยะข้างหน้า เนื่องจากผลกระทบของสงครามอิหร่านได้ลุกลามไปทั่วระบบเศรษฐกิจ
ข้อมูลระบุว่า ดัชนีราคาปัจจัยการผลิตในรายงานดัชนี PMI รวมขั้นต้นเดือนเม.ย. แสดงให้เห็นถึงการพุ่งขึ้นรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บบันทึกข้อมูลเมื่อ 28 ปีที่แล้ว โดยแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดภาวะเงินเฟ้อระดับตัวเลขสองหลักเมื่อช่วงปลายปี 2565
สำหรับดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 52.0 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 50.5 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีกว่าคาดการณ์ไว้มากเช่นกัน แต่ก็มาพร้อมกับการพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของดัชนีราคาปัจจัยการผลิต
ขณะเดียวกัน ดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นต้น ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565 มาอยู่ที่ 53.6 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 51.0 ในเดือนมี.ค. อย่างไรก็ตาม การขยายตัวดังกล่าวส่วนใหญ่สะท้อนถึงระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าที่ยาวนานขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลจากภาวะชะงักงันอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน
ทางด้านดัชนีราคาปัจจัยการผลิตของภาคโรงงาน ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2565 และพุ่งขึ้นกว่า 25 จุดในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจในปี 2535