สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานในวันนี้ (24 เม.ย.) ว่า ยอดค้าปลีกซึ่งรวมทั้งทางออนไลน์และในร้านค้า ปรับตัวขึ้น 0.7% ในเดือนมี.ค. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับทรงตัว หลังจากที่ยอดค้าปลีกปรับตัวลง 0.6% ในเดือนก.พ.
ปัจจัยที่ทำให้ยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักรฟื้นตัวในเดือนมี.ค. มาจากการที่ผู้ใช้รถยนต์ในประเทศต่างเร่งเติมน้ำมันที่สถานีบริการ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ส่วนยอดค้าปลีกที่ไม่รวมราคาเชื้อเพลิงรถยนต์ เพิ่มขึ้น 0.2%
รายงานแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบในทันทีจากการที่สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ชาวอังกฤษจำนวนมากได้เพิ่มการออมเงิน และได้รับความช่วยเหลือส่วนหนึ่งจากรัฐบาล เพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้น โดยรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือดังกล่าวจนกว่ามาตรการกำหนดเพดานค่าไฟฟ้าของภาคครัวเรือนจะสิ้นสุดลงในเดือนมิ.ย.
ข้อมูลดังกล่าวทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรมีความชัดเจนมากขึ้น ก่อนที่ธนาคารกลางอังกฤษจะตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า