สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน รายงานในวันนี้ (30 เม.ย.) ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนเม.ย. อยู่ที่ระดับ 50.3 ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 50.1 โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัว
อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. ชะลอตัวลงจากระดับ 50.4 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี โดยมีสาเหตุมาจากยอดสั่งซื้อใหม่ที่ชะลอตัวลง
ส่วนดัชนี PMI นอกภาคการผลิต อยู่ที่ระดับ 49.4 ในเดือนเม.ย. ชะลอตัวลงจากระดับ 50.1 ในเดือนมี.ค. เนื่องจากกิจกรรมในภาคบริการและภาคการก่อสร้างต่างก็หดตัวลง
ทั้งนี้ ดัชนีที่อยู่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการของจีนอยู่ในภาวะหดตัว
การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่จีนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในเดือนพ.ค. ซึ่งคาดว่าทางการจีนน่าจะต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับภาษีศุลกากรตามมาตรา 301 ที่สหรัฐฯ ขู่ว่าจะเรียกเก็บจากจีน
ปธน.ทรัมป์และปธน.สีได้พบกันที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปีที่แล้ว และตกลงที่จะพักรบทางการค้า ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนโดยรวมลงเหลือประมาณ 47% ในขณะที่จีนให้คำมั่นว่าจะระงับการควบคุมการส่งออกแร่หายาก