เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยผลสำรวจรายเดือนในวันนี้ (6 พ.ค.) ว่า ภาคบริการของฝรั่งเศสหดตัวลงในเดือนเม.ย. เนื่องจากอุปสงค์ที่อ่อนแอลงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองจากผลของสงครามอิหร่าน
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของฝรั่งเศส ปรับตัวลงสู่ระดับ 46.5 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 48.8 ในเดือนมี.ค. ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขผลสำรวจขั้นต้นก่อนหน้านี้ โดยระดับ 46.5 ดังกล่าวถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2568
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว
สำหรับดัชนี PMI รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นสุดท้าย ปรับตัวลงแตะระดับ 47.6 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 48.8 ในเดือนมี.ค. ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2568 เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ เอสแอนด์พี โกลบอล ยังระบุด้วยว่า ยอดคำสั่งซื้อใหม่ในภาคบริการร่วงลงในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566 โดยบริษัทต่าง ๆ ระบุถึงสาเหตุจากการตัดสินใจที่ล่าช้าของลูกค้า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และปัจจัยลบทางภูมิรัฐศาสตร์
ขณะเดียวกัน แรงกดดันด้านต้นทุนก็ทวีความรุนแรงขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อด้านต้นทุนการผลิตพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 29 เดือน ซึ่งมีสาเหตุมาจากราคาพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอันเป็นผลกระทบจากสงครามอิหร่าน