รัฐบาลญี่ปุ่นยอมรับว่าการประเมินอุปทานข้าวที่สูงเกินไป และการตอบสนองที่ล่าช้าของภาครัฐในประเมินสถานการณ์ ตลอดจนการระบายข้าวสำรองฉุกเฉินนั้น คือสาเหตุที่ทำให้ญี่ปุ่นเผชิญวิกฤตการณ์ข้าวเมื่อไม่นานมานี้
รัฐบาลญี่ปุ่นได้เผยแพร่รายงานสมุดปกขาว (White Paper) ในวันนี้ (29 พ.ค.) โดยระบุว่า ภาวะขาดแคลนข้าวเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในช่วงฤดูร้อนปี 2567 โดยมีสาเหตุมาจากปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งรวมถึงผลผลิตที่ตกต่ำอันเนื่องมาจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ตลอดจนการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการกักตุนสินค้าของประชาชนบางส่วนเพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่
"จากสมมติฐานที่ว่าผลผลิตข้าวมีเพียงพอ ทางรัฐบาลจึงไม่ได้ดำเนินการเชิงรุกในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การกระจายสินค้า ซึ่งส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นในเวลาต่อมา" รัฐบาลญี่ปุ่นระบุในรายงานสมุดปกขาว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ภาวะขาดแคลนดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องระบายข้าวสำรองที่เก็บไว้สำหรับใช้ในยามฉุกเฉินออกมาเป็นระลอก เพื่อช่วยบรรเทาความกังวลของประชาชน และเพื่อฉุดให้ราคาขายปลีกข้าวปรับตัวลดลง แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ยอมรับว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นช้าเกินไป โดยระบุว่า "รัฐบาลล้มเหลวในการขจัดความกังวลในกลุ่มผู้ค้าส่งข้าว"
ทั้งนี้ การที่ภาคเอกชนญี่ปุ่นได้นำเข้าข้าวในปี 2568 พุ่งขึ้นถึง 95 เท่าจากปีก่อนหน้า สู่ระดับ 96,834 ตัน รัฐบาลจึงได้เตือนในรายงานสมุดปกขาวประจำปีว่า ผลผลิตภายในประเทศอาจได้รับผลกระทบ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่นได้ประเมินว่า ความต้องการบริโภคข้าวจะลดลง ท่ามกลางจำนวนประชากรของประเทศที่ลดน้อยลง
อย่างไรก็ดี การประเมินดังกล่าวกลับผิดพลาด เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พุ่งสูงขึ้นนั้น ย่อมหมายถึงปริมาณการบริโภคข้าวเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ การที่รัฐบาลออกประกาศเตือนภัยในช่วงฤดูร้อนปี 2567 เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในร่องลึกนันไก (Nankai Trough) ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกนั้น ได้กระตุ้นให้ประชาชนแห่กักตุนข้าว
ในช่วงที่วิกฤตการณ์อยู่ในขั้นรุนแรงสุด ราคาข้าวในญี่ปุ่นพุ่งขึ้นสูงกว่า 4,000 เยน (25 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อ 5 กิโลกรัม ซึ่งกลุ่มผู้ค้าส่งข้าวระบุว่า ปัจจัยนี้ทำให้ภาคครัวเรือนหันไปบริโภคบะหมี่และขนมปังแทน
ทั้งนี้ รายงานสมุดปกขาวดังกล่าว ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ในวันนี้ เป็นรายงานของรัฐบาลเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและความท้าทายต่าง ๆ ที่ภาคเกษตรกรรมกำลังเผชิญ