กระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (19 มิ.ย.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (core CPI) ของญี่ปุ่นในเดือนพ.ค.ปรับตัวขึ้น 1.4% เมื่อเทียบรายปี เนื่องจากมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซินของรัฐบาลได้ช่วยจำกัดการปรับตัวขึ้นของเงินเฟ้อ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี CPI พื้นฐานเดือนพ.ค. ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสดที่มีความผันผวนสูงนั้น ปรับตัวขึ้นในอัตราเดียวกับเดือนเม.ย.ที่ระดับ 1.4% และยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 2% เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานที่ไม่รวมทั้งราคาพลังงานและอาหารสด (Core-core CPI) ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มราคาพื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 1.8% ในเดือนพ.ค.
ต้นทุนพลังงานปรับตัวลง 2.5% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่ลดลง 3.9% ในเดือนเม.ย. เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินร่วงลง 7% และค่าไฟฟ้าปรับตัวลดลง 2.4%
สำหรับราคาอาหาร ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสด ปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนพ.ค. ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนเม.ย.ที่เพิ่มขึ้น 4.1%
การเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อในวันนี้ มีขึ้นหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติ 7 ต่อ 1 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (16 มิ.ย.) โดยมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเงินเยนที่อ่อนค่าลง
มติการประชุมครั้งนี้ไม่เป็นเอกฉันท์ โดยในบรรดากรรมการ BOJ ทั้ง 8 คนนั้น มีเพียง 1 รายคือโทอิชิโระ อาซาดะ ที่โหวตคัดค้านการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และต้องการให้ BOJ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.75%
นอกจากนี้ BOJ ระบุว่า จะชะลอจังหวะการปรับลดปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนเม.ย. 2570 เป็นต้นไป พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยจะขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ