เงินเฟ้อพื้นฐานของกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น ปรับตัวสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือนในเดือนมิ.ย. ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป
กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้ (26 มิ.ย.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ไม่นับรวมราคาอาหารสด ปรับตัวขึ้น 1.6% ในเดือนมิ.ย. สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ส่วนดัชนี CPI ที่ไม่นับรวมทั้งราคาอาหารสดและพลังงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ BOJ จับตาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากสามารถบ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้อได้ดีกว่านั้น ปรับตัวขึ้น 1.9% ในเดือนมิ.ย.
ทั้งนี้ ดัชนี CPI ของกรุงโตเกียวถูกมองว่าเป็นตัวบ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้อทั่วประเทศ
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้นในเดือนมิ.ย. มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าบริการน้ำประปา หลังจากมาตรการอุดหนุนสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซินที่บังคับใช้โดยนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ
ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ BOJ จะใช้ประกอบการพิจารณาในการประชุมนโยบายการเงินเดือนหน้า ซึ่งนอกจากจะพิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ยแล้ว คณะกรรมการ BOJ จะทำการทบทวนตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อรายไตรมาส
การดีดตัวขึ้นของดัชนี CPI อาจทำให้คณะกรรมการ BOJ กังวลว่าเงินเฟ้อจะพุ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% ของ BOJ นอกจากนี้ คาดว่าข้อมูลดังกล่าวจะสนับสนุนจุดยืนของ BOJ ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ หลังจากคณะกรรมการ BOJ มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีที่ 1.0% จากระดับ 0.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 15-16 มิ.ย.ที่ผ่านมา