เทสลา (Tesla) เปิดเผยตัวเลขยอดส่งมอบรถยนต์ประจำไตรมาส 4/2568 ในวันนี้ (2 ม.ค.) ซึ่งตัวเลขออกมาน่าผิดหวังกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ยอดขายตลอดทั้งปี 2568 ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 2
ในไตรมาสที่ 4 เทสลามียอดส่งมอบรถยนต์รวมอยู่ที่ 418,227 คัน ลดลงถึง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่เคยทำไว้ได้ 495,570 คัน ทำให้ภาพรวมทั้งปี 2568 เทสลาส่งมอบรถไปได้ทั้งหมด 1.64 ล้านคัน ซึ่งแม้จะอยู่ในระดับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ก็ลดลง 8% เมื่อเทียบกับปี 2567
ตัวเลขดังกล่าวเท่ากับว่า เทสลาสูญเสียตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายมากที่สุดของโลกไปแล้ว เนื่องจากบีวายดี (BYD) คู่แข่งรายใหญ่จากจีน กวาดยอดขายในปีที่ผ่านมาสูงถึง 2.26 ล้านคัน ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแทนที่เทสลา
นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า ธุรกิจของเทสลาได้รับผลกระทบ หลังเผชิญกระแสต่อต้านจากลูกค้าต่อจุดยืนทางการเมืองของอีลอน มัสก์ ผู้เป็นซีอีโอ ประกอบกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากคู่แข่งต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบีวายดี นอกจากนี้ การยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษีรถยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 7,500 ดอลลาร์ ก็เป็นอีกปัจจัยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี แม้เทสลาจะมีปัญหารุมเร้าหลายด้าน แต่นักลงทุนยังมีความหวังว่า มัสก์ ซีอีโอของเทสลา จะทำได้ตามเป้าหมายในการปั้นเทสลาให้เป็นผู้นำด้านบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxi) รวมถึงการผลักดันให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในบ้านและสำนักงานเพื่อช่วยทำงานพื้นฐานต่าง ๆ ด้วย
ทั้งนี้ ณ เวลา 22.33 น. ตามเวลาไทย หุ้น Tesla ขยับลง 0.77% หลังปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายก่อนตลาดเปิดทำการ