สมาคมผู้ผลิตและผู้จำหน่ายยานยนต์ (SMMT) ของอังกฤษเปิดเผยในวันนี้ (6 ม.ค.) ว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่ในอังกฤษเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 2 ล้านคันในปี 2568 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีปัจจัยหนุนส่วนใหญ่มาจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ปรับตัวสูงขึ้น และการที่แบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนเข้ามารุกตลาดในอังกฤษมากขึ้นด้วย
สำนักข่าวซินหัวรายงานการเปิดเผยของ SMMT ว่า ยอดการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่โดยรวมในอังกฤษปี 2568 อยู่ที่ 2.02 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 3.5% จากปี 2567 โดยแม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะต่ำกว่าระดับก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 2.31 ล้านคัน แต่ก็ถือเป็นการกลับเข้าสู่ระดับเฉลี่ยรายปีในระยะยาวของอุตสาหกรรมรถยนต์อังกฤษ
รถยนต์ EV มีสัดส่วนประมาณ 23% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ทั้งหมดในปี 2568 โดยยอดขายรถ EV แบบแบตเตอรี่ทั้งระบบ เพิ่มขึ้นเกือบ 1 ใน 4 เมื่อเทียบรายปี แตะที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แบรนด์รถยนต์จากจีนยังคงได้รับการยอมรับมากขึ้นในหมู่ผู้บริโภคชาวอังกฤษ โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์รุ่นที่ใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดจากผู้ผลิตอย่างบีวายดี (BYD), เอ็มจี (MG) และเชอรี (Chery) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตัวเลขเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตสัญชาติจีนมีส่วนแบ่งเกือบ 10% ของยอดจดทะเบียนรถใหม่ในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากส่วนแบ่งในปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ SMMT ระบุว่าการเพิ่มขึ้นดังกล่าวสะท้อนถึงการที่ผู้บริโภคเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่และปลั๊กอินไฮบริดมากขึ้น แม้ว่าความคืบหน้าโดยรวมในการใช้พลังงานไฟฟ้าจะยังคงไม่สม่ำเสมอกันก็ตาม
อย่างไรก็ดี ไมค์ ฮอวส์ ประธานบริหารของ SMMT กล่าวว่า การฟื้นตัวนี้ "ยังไม่สมบูรณ์" พร้อมเตือนว่าการเติบโตกระจุกตัวอยู่ในเฉพาะบางเซกเมนต์ของตลาดเท่านั้น นอกจากนี้ เขาตั้งข้อสังเกตว่าความต้องการรถยนต์ EV ได้รับปัจจัยหนุนจากการที่ผู้ผลิตมอบสิ่งจูงใจให้กับผู้ซื้อ และยังกล่าวด้วยว่าจังหวะการเติบโตของยอดขายในปัจจุบันนั้นอยู่ในภาวะ "เปราะบาง"