ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (12 ม.ค.) ตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่ปิดในแดนบวกเมื่อวันศุกร์ (9 ม.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่อ่อนแอเกินคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 66,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 4.4% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.5%
-- ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยข่าวนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน (HRANA) ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านในขณะนี้มีมากกว่า 500 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ประท้วงจำนวน 490 ราย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจำนวน 48 ราย นอกจากนี้ ยังมีประชาชนกว่า 10,600 รายถูกจับกุมตัวในเหตุการณ์ความไม่สงบที่ยึดเยื้อเป็นเวลานานสองสัปดาห์
รายงานจาก HRANA ซึ่งมีการเปิดเผยในวันอาทิตย์ (12 ม.ค.) เกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 โดยการชุมนุมเริ่มต้นขึ้นในย่านศูนย์การค้าในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2568 เนื่องจากประชาชนได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อวิกฤตเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รัฐบาลไม่สามารถจัดการกับปัญหาการอ่อนค่าลงของเงินเรียล และราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น
การประท้วงดังกล่าวยังได้ก่อให้เกิดกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะใช้ปฏิบัติการทางทหารเข้าแทรกแซงอิหร่าน หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า หากอิหร่านใช้ความรุนแรงสังหารผู้ประท้วงที่ชุมนุมอย่างสันติ สหรัฐฯ จะเข้าช่วยเหลือพวกเขา
-- นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ธนาคารยักษ์ใหญ่ 6 แห่งของสหรัฐฯ จะทำกำไรรายปีรวมกันสูงถึง 1.57 แสนล้านดอลลาร์ หลังสามารถปรับตัวรับมือกับนโยบายแบบฉับพลันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ จะเริ่มรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่า ธนาคารชั้นนำ 6 แห่ง ได้แก่ เจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase), แบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America), ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup), เวลส์ ฟาร์โก (Wells Fargo), โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) และมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) อาจทำกำไรรายปีรวมกันเพิ่มขึ้นประมาณ 9% ซึ่งใกล้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงที่เกิดกระแสการทำข้อตกลงธุรกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงโควิดระบาดในปี 2564
-- แนสแด็ก โกลบอล อินเด็กซ์ (Nasdaq Global Indexes) เปิดเผยว่า หุ้นวอลมาร์ท (Walmart) เตรียมถูกบรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของดัชนี Nasdaq 100 โดยจะเข้ามาแทนที่หุ้นแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca)
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลก่อนตลาดเปิดทำการในวันที่ 20 ม.ค. 2569 ซึ่งการเข้าร่วมดัชนี Nasdaq 100 ของวอลมาร์ทเกิดขึ้น หลังจากที่บริษัทได้ย้ายการจดทะเบียนหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) มาซื้อขายในตลาดแนสแด็ก (Nasdaq) เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการย้ายตลาดซื้อขายหุ้นที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
-- เชฟรอน (Chevron) อาจเพิ่มกระแสเงินสดได้สูงถึงปีละราว 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเพิ่มการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ต้องการควบคุมอุปทานน้ำมันดิบของประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้
เจสัน เกเบิลแมน นักวิเคราะห์จากทีดี โคเวน (TD Cowen) ระบุในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า เชฟรอน ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่เพียงรายเดียวของสหรัฐฯ ที่ยังดำเนินธุรกิจอยู่ในเวเนซุเอลา มีโอกาสที่โดดเด่นกว่าคู่แข่งในการเพิ่มกำลังการผลิต โดยประเมินว่าความพยายามดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มกระแสเงินสดให้บริษัทปีละประมาณ 400700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นราว 12% ของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานทั้งหมด
-- ลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกสหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้ความเห็นชอบต่อร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย ซึ่งมีเป้าหมายกดดันให้รัสเซียยุติการทำสงครามกับยูเครน
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียปี 2025 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน จะมอบอำนาจอย่างกว้างขวางให้แก่ปธน.ทรัมป์ในการตัดขาดรัสเซียออกจากเศรษฐกิจโลก และลงโทษประเทศที่ยังคงทำการค้ากับรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการให้เงินทุนสนับสนุนการทำสงครามของรัสเซียต่อยูเครน
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ร่างกฎหมายนี้จะกำหนดให้สหรัฐเรียกเก็บภาษี 500% ต่อสินค้าที่นำเข้าจากประเทศใดก็ตามที่ยังคงซื้อน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม หรือยูเรเนียมจากรัสเซีย