ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เปิดลบเช้านี้ (14 ม.ค.) โดยเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการปรับตัวลงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อวานนี้
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้และตลาดหุ้นออสเตรเลียเปิดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลง
ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดวานนี้ปรับตัวลง ท่ามกลางความผันผวนที่นักลงทุนต้องรับมือ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เสนอแนวคิดและมาตรการหลายประเด็นออกมาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงเกือบ 400 จุดเมื่อวานนี้ โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มการเงิน หลังจากผู้บริหารของธนาคาร JPMorgan ได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบของการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต
-- อัยการเกาหลีใต้เรียกร้องให้ศาลลงโทษประหารชีวิตอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล เมื่อวานนี้ (13 ม.ค.) จากข้อกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้นำการก่อกบฏ จากการประกาศกฎอัยการศึกในเดือนธ.ค. 2567
ด้านยุนปฏิเสธว่าไม่ได้เป็น "หัวโจก" ของความพยายามบ่อนทำลายระเบียบรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่า การประกาศกฎอัยการศึกมีจุดประสงค์เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบว่า ประเทศกำลังเผชิญวิกฤต เนื่องจากการบริหารราชการแผ่นดินเป็นอัมพาตจากการแทรกแซงของพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักในขณะนั้น
-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า สหรัฐฯ "บรรลัยแน่!" หากศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรในวันนี้ (14 ม.ค.) เนื่องจากจะทำให้สหรัฐฯ ต้องคืนเงินภาษี รวมทั้งเงินชดเชยที่ประเทศและบริษัทต่าง ๆ จะเรียกร้องจากสหรัฐฯ สูงถึงหลายล้านล้านดอลลาร์
"ตัวเลขเงินจริง ๆ ที่เราจะต้องจ่ายคืน จะมีมูลค่าสูงถึงหลายแสนล้านดอลลาร์ หากไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ศาลฎีกามีคำตัดสินที่ไม่เป็นคุณต่อสหรัฐฯ ในประเด็นภาษีศุลกากร"
-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงกล่าวโจมตี เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยระบุว่าเขาเป็น "คนไร้ความสามารถ" หรือเป็น "คนคดโกง" แม้ว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับแรงต่อต้านที่เพิ่มขึ้นจากการสอบสวนทางอาญาต่อ พาวเวล
ทั้งนี้ ต่อคำถามที่ว่า การสอบสวนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ จะบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อเฟดหรือไม่ เนื่องจากเฟดถือเป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร ปธน.ทรัมป์ตอบว่า "เขาใช้งบเกินไปเป็นเงินหลายพันล้านดอลลาร์" โดยระบุถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของเฟดในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งมีวงเงินหลายพันล้านดอลลาร์ และเป็นเป้าหมายของการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรม
-- ผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกออกแถลงการณ์ร่วมกันเมื่อวานนี้ (13 ม.ค.) เพื่อแสดงการสนับสนุน เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ท่ามกลางความกังวลที่ว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจเข้าแทรกแซงเฟด หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ประกาศสอบสวนทางอาญาต่อ พาวเวล
"พวกเราขอยืนหยัดแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเต็มที่กับเฟด และคุณเจอโรม เอช. พาวเวล ประธานเฟด"
"ความเป็นอิสระของธนาคารกลางคือรากฐานสำคัญของเสถียรภาพด้านราคา การเงิน และเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ของประชาชนที่เรารับใช้ ดังนั้น การธำรงรักษาความเป็นอิสระดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยการเคารพหลักนิติธรรมและความรับผิดชอบต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่"
-- เยนส์-เฟรเดอริก นีลเสน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์กล่าวว่า กรีนแลนด์ตัดสินใจเลือกเดนมาร์กมากกว่าสหรัฐฯ แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แสดงความประสงค์ต้องการครอบครองกรีนแลนด์
"หากเราจำเป็นต้องเลือกระหว่างสหรัฐฯ และเดนมาร์กในที่นี่และตอนนี้ เราขอเลือกเดนมาร์ก เราเลือกนาโต ราชอาณาจักรเดนมาร์ก และสหภาพยุโรป"
-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social ประกาศสนับสนุนให้ชาวอิหร่านทำการประท้วงต่อไป ขณะที่ความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ กำลังมาถึง
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่า เขาได้ยกเลิกการประชุมทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่อิหร่านแล้ว จนกว่าการสังหารผู้ประท้วงจะยุติลง
-- กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนธ.ค.เมื่อวานนี้
ทั้งนี้ ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวขึ้น 2.7% เช่นเดียวกันในเดือนพ.ย. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวขึ้น 0.3% เช่นเดียวกันในเดือนพ.ย.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% จากระดับ 2.6% ในเดือนพ.ย. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.2% ในเดือนพ.ย.
-- ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (14 ม.ค.) มีดังนี้:-
เกาหลีใต้เปิดเผยราคานำเข้าและส่งออกเดือนธ.ค.
จีนเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนธ.ค.
สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค.และเดือนพ.ย., ยอดค้าปลีกเดือนพ.ย., ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 3/2568, ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนต.ค., สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) (เช้าวันที่ 15 ม.ค.)