เจพีมอร์แกนเตือน ไอเดียทรัมป์จำกัดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตเสี่ยงกระทบศก.รุนแรง

ข่าวต่างประเทศ Wednesday January 14, 2026 10:49 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารเจพีมอร์แกน (JPMorgan) ซึ่งรวมถึงเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารฯ ได้ออกมาเตือนว่า ข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะจำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% นั้น จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้บริโภค ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับเสียงคัดค้านในอุตสาหกรรมการธนาคารของสหรัฐฯ ในขณะนี้

ปธน.ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเขาเสนอให้กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ระดับ 10% เป็นเวลา 1 ปี และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.นี้ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้สร้างความประหลาดใจให้กับอุตสาหกรรมธนาคาร และได้ฉุดหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มการเงินร่วงลง

ปธน.ทรัมป์ระบุบนโพสต์ดังกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ประชาชนอเมริกันถูกเอาเปรียบจากบริษัทบัตรเครดิตที่เรียกเก็บดอกเบี้ยสูงถึง 2030% หรือมากกว่านั้น พร้อมชี้ว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นโดยไม่มีการควบคุมในสมัยของรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน และย้ำว่าความสามารถในการจ่ายของประชาชนเป็นประเด็นสำคัญ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐบาลทรัมป์เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า รัฐบาลจะสามารถจัดการกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นหลักสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.ปีนี้

อย่างไรก็ดี ผู้บริหารของเจพีมอร์แกนได้ออกมาเตือนในเรื่องนี้ โดยนอกเหนือจากเจมี ไดมอนแล้ว เจเรมี บาร์นัม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของเจพีมอร์แกนกล่าวว่า ข้อเสนอของปธน.ทรัมป์จะทำให้ธนาคารจำเป็นต้องลดวงเงินสินเชื่อของลูกค้า ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อผู้บริโภคและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ พร้อมกับเตือนว่า ข้อเสนอนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่รัฐบาลต้องการ

ผู้บริหารรายอื่น ๆ ในภาคอุตสาหกรรมธนาคารต่างก็ออกมาโต้แย้งข้อเสนอดังกล่าวของปธน.ทรัมป์เช่นกัน โดยมีการเปิดเผยข้อมูลใหม่ที่บ่งชี้ว่าการจำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะส่งผลให้ครัวเรือนหลายล้านครัวเรือนสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ แม้ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบางรายจะโต้แย้งการวิเคราะห์ดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าธุรกิจบัตรเครดิตนั้นมีกำไรสูงมาก และธนาคารยังมีช่องว่างเพียงพอที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลงได้

ทั้งนี้ บัตรเครดิตถือเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งให้กับธนาคาร ซึ่งมีการเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อชดเชยความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้สินเชื่อบัตรซึ่งเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน โดยข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยในเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 20.97%

ไบรอัน เชียร์เรอร์ ผู้อำนวยการด้านนโยบายการแข่งขันและกฎระเบียบของ Vanderbilt Policy Accelerator ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ กล่าวว่า บรรดาผู้บริหารของธนาคารต่าง ๆ ตั้งเป้าที่จะจัดการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่ออธิบายถึงผลเสียของการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต พร้อมเสริมว่าสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติหลายคนจากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตไม่ได้สนับสนุนข้อเสนอนี้ และเขาก็ไม่คาดว่าวุฒิสภาจะผลักดันร่างกฎหมายในเรื่องนี้เช่นกัน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ