ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยบริษัทวิจัย เทโกกุ ดาต้าแบงก์ (Teikoku Databank) ระบุว่า มีบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากขึ้นที่มองว่าอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจของบริษัท โดยผลสำรวจดังกล่าวได้ตอกย้ำถึงความท้าทายที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังเผชิญ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ BOJ กำลังปรับนโยบายการเงินสู่ระดับปกติ หลังจากใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษมานานหลายปี
ผลสำรวจประจำเดือนธ.ค.ระบุว่า ประมาณ 44% ของบริษัทที่เข้าร่วมการสำรวจมองว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีผลเสียมากกว่าผลดี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าผลสำรวจเมื่อเดือนเม.ย. 2567 เกือบ 7 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยในจำนวนนี้มีทั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่กังวลว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่สูงขึ้นจะบั่นทอนความต้องการที่อยู่อาศัย ตลอดจนบริษัทที่ระบุว่าอาจจำเป็นต้องชะลอการกู้ยืมเงินออกไป
ขณะเดียวกัน มีบริษัทเพียง 2.8% เท่านั้นที่กล่าวว่าพวกเขาจะได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยบางรายระบุถึงความคาดหวังว่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นจะช่วยลดต้นทุนการนำเข้า อย่างไรก็ตาม สกุลเงินญี่ปุ่นกลับอ่อนค่าลงอีกในเดือนนี้ หลังจากนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่
เทโกกุ ดาต้าแบงก์ ระบุว่า ธุรกิจขนาดเล็กที่มีระดับหนี้สูงจำเป็นต้องทบทวนวิธีการกู้ยืมเงิน รวมถึงการลดต้นทุนและปรับขึ้นราคาสินค้า
คณะกรรมการ BOJ ได้เปิดฉากการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ และจะแถลงมติการประชุมในวันพรุ่งนี้ (23 ม.ค.) ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่เพิ่งปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีเมื่อเดือนที่แล้ว นอกจากนี้ ตลาดยังรอดูว่า คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ จะส่งสัญญาณเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตหรือไม่