การเจรจาค่าจ้างประจำปีของญี่ปุ่นเปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ (27 ม.ค.) โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่การรักษาทิศทางการขึ้นค่าจ้างให้ถึงระดับ 5% หรือสูงกว่าติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ
โยชิโนบุ ซึตสึอิ ประธานสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Keidanren) กล่าวในการหารือกับโทโมโกะ โยชิโนะ ประธานของเร็นโก (Rengo) กลุ่มสหภาพแรงงานใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นว่า "เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทิศทางการปรับขึ้นค่าจ้างให้มั่นคงยิ่งขึ้น เราจะแสดงภาวะผู้นำในฐานะหน้าที่ทางสังคมของเรา"
โยชิโนะกล่าวว่า "เราต้องการกำหนดให้การสร้างสังคมที่มีการปรับขึ้นค่าจ้าง 5% หรือสูงกว่าอย่างต่อเนื่องเป็นรากฐานของการเจรจา"
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่นกำลังเรียกร้องให้บริษัทสมาชิกเสนอการปรับขึ้นฐานเงินเดือนในการเจรจาระหว่างฝ่ายบริหารและแรงงานประจำปีนี้ ก่อนจะเริ่มปีงบการเงินใหม่ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นปีธุรกิจของบริษัทรายใหญ่ส่วนใหญ่ในประเทศ
ทั้งนี้ เร็นโกกำหนดเป้าหมายภาพรวมการปรับขึ้นค่าจ้างไว้ที่ 5% หรือมากกว่าเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งรวมไปถึงบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมด้วย
การสำรวจโดยสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่นพบว่า ในการเจรจาเมื่อปี 2568 บริษัทรายใหญ่ของญี่ปุ่นได้ปรับขึ้นค่าจ้างเฉลี่ย 5.39% และ 5.58% ในปี 2567 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 3.99% ในปี 2566
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งญี่ปุ่นระบุว่า สำหรับบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม การปรับขึ้นยังคงเฉลี่ยอยู่ที่ 4.73% โดยแบ่งเป็น 4.47% สำหรับบริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 300 คนขึ้นไป และ 4.02% สำหรับบริษัทที่มีพนักงานไม่เกิน 20 คน
ทั้งนี้ คาดว่าการเจรจาค่าจ้างของบริษัทขนาดใหญ่ส่วนใหญ่จะสิ้นสุดลงภายในกลางเดือนมี.ค. ขณะที่บริษัทขนาดเล็กจะดำเนินการเจรจาให้แล้วเสร็จในลำดับถัดไป