เทสลา (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธ (28 ม.ค.) ว่า รายได้และกำไรสุทธิลดลงในปีที่ผ่านมา
รายได้รวมของเทสลาในปี 2568 อยู่ที่ 9.483 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลง 3% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่กำไรสุทธิตามมาตรฐานบัญชีทั่วไป (GAAP) ร่วงลง 46% เหลือเพียง 3.79 พันล้านดอลลาร์
เทสลาส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกราว 1.64 ล้านคันในปี 2568 ถือเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นปีที่สอง โดยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าต่อปีของเทสลาถูกบีวายดี (BYD) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน แซงหน้าเป็นครั้งแรก
สำหรับไตรมาส 4/2568 เทสลาส่งมอบรถยนต์ 418,227 คัน ลดลง 16% เมื่อเทียบรายปี ส่วนรายได้ในไตรมาสเดียวกันลดลง 3% อยู่ที่ 2.49 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิดิ่งลง 61% สู่ระดับ 840 ล้านดอลลาร์
รายงานระบุว่า ในปี 2568 เทสลายังคงเดินหน้าเปลี่ยนผ่านจากการเป็นบริษัทที่เน้นฮาร์ดแวร์ไปสู่การเป็นบริษัท "Physical AI" โดยในปี 2569 บริษัทวางแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติมในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อรองรับพลังงานสะอาด การขนส่ง และหุ่นยนต์อัตโนมัติ
นอกจากนี้ เทสลายังเผยแผนเปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ "Optimus" รุ่น Gen 3 ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมสายการผลิตแรก ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ก่อนสิ้นปี 2569 และตั้งเป้ากำลังการผลิตสูงสุดไว้ที่ 1 ล้านตัวต่อปี