เอกชนสหรัฐฯ-อินโดฯ เซ็นดีลการค้า 7 พันล้านดอลล์ ชิมลางก่อน "ปราโบโว" ถก "ทรัมป์"

ข่าวต่างประเทศ Thursday February 19, 2026 11:15 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน (USABC) เปิดเผยว่า บริษัทของอินโดนีเซียและสหรัฐอเมริกาได้ลงนามในข้อตกลงทางการค้าและการลงทุนมูลค่ากว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในวันพุธ (18 ก.พ.) เพียงหนึ่งวันก่อนที่ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย จะพบกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อลงนามในข้อตกลงการค้าฉบับสุดท้าย

ในงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ปธน.ปราโบโว โดยมีสภาหอการค้าสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ ได้มีการลงนามข้อตกลงระหว่างภาคเอกชน โดยบริษัทอินโดนีเซียจะจัดซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ จำนวน 1 ล้านตัน ข้าวโพดจำนวน 1.6 ล้านตัน และฝ้ายจำนวน 93,000 ตัน โดยไม่ได้ระบุระยะเวลาการจัดซื้อที่แน่นอน

นอกจากนี้ เอกสารสรุปข้อเท็จจริงของ USABC ระบุเพิ่มเติมว่า อินโดนีเซียจะจัดซื้อข้าวสาลีจำนวน 1 ล้านตันในปีนี้ และจะจัดซื้อเป็นจำนวนรวมสูงสุดถึง 5 ล้านตัน ภายในปี 2573

USABC ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวยังรวมถึงการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างฟรีพอร์ต-แมคมอแรน (Freeport McMoRan) กลุ่มบริษัทเหมืองแร่ของสหรัฐฯ กับกระทรวงการลงทุนของอินโดนีเซีย เพื่อความร่วมมือด้านแร่ธาตุสำคัญ ตลอดจนข้อตกลงระหว่างเปอร์ตามินา (Pertamina) รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตน้ำมันของอินโดนีเซีย กับบริษัท ฮัลลิเบอร์ตัน (Halliburton Co) เพื่อร่วมมือกันเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำมันจากแหล่งขุดเจาะ

ข้อตกลงดังกล่าวยังรวมถึงข้อตกลงร่วมลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์จำนวน 2 ฉบับ โดยฉบับหนึ่งมีมูลค่า 4.89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐของบริษัท เอสเซนส์ โกลบอล กรุ๊ป (Essence Global Group) และอีกฉบับเป็นการร่วมลงทุนที่ไม่ได้ระบุมูลค่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัท ไทเนอร์จี เทคโนโลยี กรุ๊ป (Tynergy Technology Group)

USABC ได้ประเมินมูลค่าการจัดซื้อสินค้าของอินโดนีเซีย โดยแบ่งเป็นถั่วเหลืองมูลค่า 685 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ข้าวสาลีมูลค่า 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ฝ้ายมูลค่า 122 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการจัดซื้อเพิ่มเติมสำหรับเศษเสื้อผ้าใช้แล้วจากสหรัฐฯ เพื่อการรีไซเคิล มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตามข้อมูลการค้าของสำนักสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษระหว่างปี 2558 ถึง 2567 อินโดนีเซียมียอดการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เฉลี่ยรายปี ประกอบด้วย ถั่วเหลืองจำนวน 2.3 ล้านเมตริกตัน ข้าวสาลีเกือบ 800,000 ตัน ฝ้ายประมาณ 180,000 ตัน และข้าวโพดน้อยกว่า 100,000 ตัน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียมีการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งส่งผลให้อินโดนีเซียเป็นตลาดสินค้าเกษตรที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ข้อตกลงบางรายการไม่ได้มีการระบุมูลค่าการซื้อขายที่แน่นอน ซึ่งรวมถึงการจัดซื้อไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์จากสหรัฐอเมริกา

ปธน.ปราโบโวกล่าวในงานเลี้ยงอาหารค่ำว่า ข้อตกลงเหล่านี้จัดเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงภาคปฏิบัติภายใต้ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับอินโดนีเซีย ซึ่งเขามีกำหนดที่จะลงนามร่วมกับปธน.ทรัมป์ในวันพฤหัสบดีนี้ (19 ก.พ.) โดยปธน.ปราโบโวระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยลดการเกินดุลการค้าของอินโดนีเซียที่มีต่อสหรัฐฯ พร้อมกล่าวเสริมว่า "ผมมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งต่ออนาคตแห่งความสัมพันธ์ของพวกเรา"

ปธน.ปราโบโวเดินทางถึงกรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของปธน.ทรัมป์ โดยมีความหวังว่ารัฐบาลจาการ์ตาจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดอัตราภาษีศุลกากรลงเล็กน้อย สู่ระดับ 18% จากเดิม 19% ตามที่ตกลงกันไว้เมื่อปี 2568 ซึ่งอัตราดังกล่าวจะเทียบเท่ากับอัตราที่ปธน.ทรัมป์ได้มอบให้แก่อินเดียเมื่อช่วงต้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมา

ในการกล่าวถ้อยแถลง ณ งานเลี้ยงอาหารค่ำ ริก สวิตเซอร์ รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ไม่ได้ระบุถึงอัตราภาษีศุลกากรขั้นสุดท้ายสำหรับอินโดนีเซีย แต่ได้กล่าวว่า ข้อตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade) ระหว่างสองประเทศระบอบประชาธิปไตย "จะส่งผลให้เกิดการค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าทวิภาคี อีกทั้งจะนำมาซึ่งการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนสายสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการค้าที่ลึกซึ้งและครอบคลุมรอบด้านยิ่งขึ้น"


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ