โกลด์แมน แซคส์ออกรายงานระบุว่า สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจผลักดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้
รายงานระบุว่า ในกรณีพื้นฐาน การปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานจะทำให้อัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.7% ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 2.4% ในเดือนมกราคม แต่อัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงหลังจากนั้น และลดลงแตะระดับ 2% ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโกลด์แมน แซคส์
หากภาวะตื่นตระหนกต่อราคาน้ำมันยืดเยื้อออกไป อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (headline CPI) อาจพุ่งแตะ 3% ในเดือนพฤษภาคม และจะอยู่ในระดับสูงกว่าที่โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ในกรณีพื้นฐานตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้
อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญมากกว่าต่อดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เนื่องจากดัชนี PCE สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนี CPI
ทั้งนี้ ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนธันวาคม 2568 ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0%