คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า สงครามในตะวันออกกลางจะทดสอบความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโลก พร้อมกับเตือนว่า "แรงกระแทกครั้งใหม่ในรูปแบบและขนาดที่แตกต่างกัน" จะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กอร์เกียวาแสดงความเห็นดังกล่าวในการประชุม "Asia in 2050" ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยเธอเน้นย้ำถึงความกังวลของ IMF ที่มีต่อความทุกข์ยากและประชาชนที่ล้มตายจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเตือนว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ความเชื่อมั่นของตลาด การเติบโตทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะสร้างภาระและความท้าทายใหม่ ๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายทุกประเทศทั่วโลก
"เราอยู่ในโลกที่เกิดแรงกระแทกบ่อยขึ้นและคาดเดาไม่ได้มากขึ้น" กอร์เกียวากล่าว และเสริมว่า "ส่วนใหญ่แล้วเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไรกันแน่ แต่เราสามารถมุ่งมั่นที่จะเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้ตลอดเวลา"
ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ กอร์เกียวาได้กล่าวชื่นชมภูมิภาคเอเชียที่กลับมาสร้างสถาบันต่าง ๆ ตลอดจนกันชนรับแรงกระแทกจากภายนอก และความเชื่อมั่นของนักลงทุนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ภายหลังวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2540-2541 อย่างไรก็ตาม กอร์เกียวาเตือนว่าภูมิภาคเอเชียยังคงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับโลกที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดภาวะชะงักงัน ประเด็นการค้า และภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ กอร์เกียวาเรียกร้องให้เอเชียสร้างความเชื่อมโยงภายในภูมิภาคให้มากขึ้น เพื่อปกป้องตนเองจากความไม่แน่นอนทางการค้าที่น่าจะดำเนินต่อไป โดยภูมิภาคนี้สามารถเร่งการรวมกลุ่มให้เร็วขึ้นได้ด้วยการลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี
"ไม่มีประโยชน์ที่จะโศกเศร้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือขอบเขตอำนาจของคุณ" กอร์เกียวากล่าว และเสริมว่า "จงมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่อยู่ในมือคุณ สิ่งที่คุณสามารถทำได้ เพื่อให้ประเทศและเศรษฐกิจของคุณอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดสำหรับโลกใบนี้ที่เราก้าวเข้ามา"
สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต และนำไปสู่สงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อตลาดโลก โดยหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวันซึ่งมีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจำนวนมาก หลังจากนักลงทุนต่างชาติพากันเทขายหุ้นเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
"ยิ่งเราเห็นจุดจบของโศกนาฏกรรมนี้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อคนทั้งโลกมากเท่านั้น" กอร์เกียวากล่าวนอกจากนี้ กอร์เกียวากล่าวว่า IMF กำลังติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และจะรวบรวมผลการวิเคราะห์ไว้ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ที่จะเผยแพร่ในเดือนเม.ย.นี้
ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.3% สำหรับปี 2569 และ 3.2% สำหรับปีหน้า