สื่อสิงคโปร์รายงานว่า แคปปิตอล เอเชีย อินเวสต์เมนท์ (Capital Asia Investments หรือ CAI) ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ได้รับอนุญาตในสิงคโปร์ กำลังถูกสอบสวนในข้อหาพัวพันกับการฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินในบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ของบริษัท รวมมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือกว่า 4,000 ล้านบาท
แถลงการณ์ร่วมจากกองกำลังตำรวจสิงคโปร์ (SPF) และธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ในวันนี้ (9 มี.ค.) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายกับบริษัท แคปปิตอล เอเชีย อินเวสต์เมนท์ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้กรรมการของบริษัทจำนวน 2 รายถูกจับกุมตัว
ธนาคารกลางสิงคโปร์เปิดเผยว่าได้เริ่มติดตามตรวจสอบกิจกรรมของบริษัทดังกล่าวหลังจากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจผิดกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบในด้านกำกับดูแล พบว่าบริษัทมีความบกพร่องอย่างร้ายแรงในการควบคุมและการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ขณะที่ตำรวจสิงคโปร์ระบุว่า ได้รับข้อมูลข่าวสารทางการเงินจากสำนักงานรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ
ภายหลังได้รับข้อมูลดังกล่าว ตำรวจจึงได้เริ่มกระบวนการสอบสวนและประสานงานกับหน่วยงานในต่างประเทศเพื่อขอข้อมูลและความช่วยเหลือ เนื่องจากทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดนั้นถูกระบุว่ามีต้นทางมาจากกิจกรรมอาชญากรรมข้ามชาติในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงขบวนการต้มตุ๋นฉ้อโกงหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วย โดยในขณะนี้การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
สำนักข่าว CNA ของสิงคโปร์รายงานว่า สำหรับบทลงโทษในข้อหาฟอกเงินนั้น มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดตามกฎหมายบริการทางการเงินและตลาดปี พ.ศ.2565 มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และอาจมีการปรับเพิ่มหากยังคงกระทำความผิดต่อไป
ทั้งนี้ กองกำลังตำรวจสิงคโปร์ระบุว่า สิงคโปร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งและจะไม่ยอมให้บุคคลหรือองค์กรใดใช้ระบบการเงินของประเทศเพื่อการฟอกเงินหรือกิจกรรมอาชญากรรมอื่น ๆ โดยตำรวจจะใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด